วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PSL - ซื้อเก็งกำไร

พื้นฐานแกร่ง!

เราจัด non-deal roadshow สำหรับนักลงทุนในประเทศเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากผู้บริหารสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับภาพอุตสาหกรรมเดินเรือเทกองและแนวโน้มบริษัท ช่วงไฮซีซั่นกำลังจะเริ่มขึ้นและปัจจัยพื้นฐานของตลาดการขนส่งด้วยเรือเทกองที่ปรับตัวดีขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น PSL ต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

พื้นฐานที่แข็งแกร่งหนุนให้อุตสาหกรรมเรือเทกองอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น

อุปสงค์โดยรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การเติบโตของอุปทานชะลอตัวลงหนุนให้ดัชนี BDI ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/61 จนถึงปัจจุบัน โดยดัชนี BDI เฉลี่ยในช่วงเวลาดังกล่าวพุ่งขึ้น 47% YoY มาอยู่ที่ 1,670 จุด อีกทั้งดัชนี BDI เฉลี่ยสูงขึ้น 33% QoQ หนุนโดยการนำเข้าเหล็กของจีน แม้ดัชนี BDI ปรับตัวลดลงในระยะสั้น ดัชนีดังกล่าวน่าจะกลับมาเป็นขาขึ้นเร็วๆนี้ เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนช่วงไฮซีซั่นนี้ ได้แก่ 1) การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็ก (รวมทั้งการขนส่งพืชผลการเกษตร) ที่แข็งแกร่ง และ 2) การนำเข้าถ่านหินของจีนก่อนถึงฤดูหนาว

ค่าระวางเรือเทกองน่าจะเติบโต YoY ได้ตลอดทั้งปี 2561 เนื่องจากคาดการณ์อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น 3.3% มากกว่าประมาณการอัตราการเติบโตของอุปทานที่ 2.6% อุปทานเรือขนาดเล็ก (Handysize, Handymax,Supramax, Ultramax) ซึ่งเป็นขนาดเรือของ PSL คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.3% ซึ่งต่ำกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม

คาดผลกระทบต่ออุปสงค์จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนไม่มีนัยสำคัญ

ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่รุนแรงขึ้นทำให้มีความกังวลต่อแนวโน้ม อุปสงค์ของการขนส่งด้วย เรือเทกอง ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้คาดว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของการขนส่งด้วยเรือเทกองเพียง 70 ล้านตัน (ราว 1% ของปริมาณการขนส่งด้วยเรือเทกองทั่วโลก) สำหรับกรณีถั่วเหลือง ซึ่งจีนนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในปี 2560 การที่จีนขึ้นภาษีนาเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐจะทำให้ระยะทางการเดินเรือเพิ่มขึ้นและอุปทานตึงตัว เนื่องจากการขนส่งจากบราซิล/อาร์เจนติน่า (สองแหล่งทางเลือกสำหรับนำเข้าถั่วเหลือง) ใช้ระยะเวลาเดินทางมากกว่าการขนส่งจากสหรัฐไปจีนถึง 40% ทั้งนี้ PSL ไม่มีการขนส่งสินค้าระหว่างสหรัฐละจีนในครึ่งแรกของปี 2561

การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด IMO อาจทำให้อุปทานลดลง

IMO ออกข้อกำหนดว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป น้ำมันที่ใช้สำหรับการเดินเรือต้องมีกำมะถันไม่เกิน 0.5% ซึ่งผู้ประกอบการมีตัวเลือก 3 ทางในการทำตามข้อกำหนดดังกล่าว ได้แก่ 1) ติดตั้ง scrubbers (ต้นทุนอยู่ที่ราว 3-6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ในการติดตั้ง), 2) เปลี่ยนมาใช้ก๊าซ LNG (ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังมีจำกัด)

หรือ 3) ใช้น้ำมันที่มีกำมะถันต่ำหรือน้ำมันดีเซลสำหรับเดินเรือ (ทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด) เนื่องจากการปฏิบัติตามข้อกำหนด IMO ทำให้ต้นทุนสูง ผู้ประกอบการน่าจะเดินเรือด้วยความเร็วที่ลดลงเพื่อที่ประหยัดการใช้น้ำมัน (และเรือเก่าน่าจะถูกทำลาย) ซึ่งน่าจะส่งผลให้จำนวนเรือที่ดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดว่าการเดินเรือด้วยความเร็วที่ลดลงอาจทำให้จำนวนเรือลดลงราว 16-17% ขณะที่ราว 10% ของกองเรือ ณ ปัจจุบันจะมีอายุเกิน 20 ปีในปี 2563

PSL มีแผนจะทำตามข้อกำหนด IMO โดยการใช้น้ำมันที่มีกำมะถันต่ำ เนื่องจากตัวเลือกนี้ง่ายที่สุดและต้นทุนต่ำที่สุด ทั้งนี้ บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้ เนื่องจากโดยปกติแล้วลูกค้าเป็นผู้รับต้นทุนน้ำมัน และต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้น