วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็กซิมแบงก์ เปิดตัวสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลาง วงเงินสูงสุด50ล้าน

"เอ็กซิมแบงก์" เปิดบริการใหม่ “สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลาง” เป็นสินเชื่อหมุนเวียนช่วงก่อนและหลังการส่งออก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท และ“สินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง” เป็นสินเชื่อหมุนเวียนหลังส่งออก วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า SMEs เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งภาคการส่งออก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลาง (กลุ่ม M) ของไทยที่ยังมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีจำนวนไม่ถึง 1% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ขณะที่ผู้ส่งออกขนาดกลางคิดเป็น 10% ของผู้ส่งออกทั้งประเทศที่มีอยู่ราว 28,000 ราย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการกลุ่ม M นี้สามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้ในสัดส่วนสูง กล่าวคือ สนับสนุนให้เกิดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ถึง 12.5% ของ GDP รวม (1.79 ล้านล้านบาท) ก่อให้เกิดการจ้างงาน 7.4% ของการจ้างงานรวม (1.09 ล้านราย) และมีสัดส่วน 9.4% ของมูลค่าส่งออกรวม (7.1 แสนล้านบาท)

นอกจากการพัฒนาบริการเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกรายย่อย (กลุ่ม S) แล้ว EXIM BANK จึงได้พัฒนาบริการใหม่เพื่อเต็มเติมความต้องการของผู้ส่งออกขนาดกลางที่มียอดขายตั้งแต่ 50-500 ล้านบาท ทั้งในด้านเงินทุนเพื่อสนับสนุนการขยายกิจการส่งออก-นำเข้าและยกระดับกระบวนการผลิต และด้านเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลาง (EXIM for M Credit) เป็นสินเชื่อหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยปีแรก ขั้นต่ำอยู่ที่ Prime Rate -2.00% ต่อปี (หรือ 4.25% ต่อปี) ปีที่ 2 ขั้นต่ำ Prime Rate -1.50% ต่อปี (หรือ 4.75% ต่อปี) ปีที่ 3 เป็นต้นไป เป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หลักประกันขั้นต่ำ 35% และบุคคลค้ำประกัน 2. สินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง (EXIM Nego for M Credit) เป็นสินเชื่อหมุนเวียนหลังการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยปีแรก ขั้นต่ำอยู่ที่ Prime Rate -2.00% ต่อปี (หรือ 4.25% ต่อปี) ปีที่ 2 ขั้นต่ำ Prime Rate -1.50% ต่อปี (หรือ 4.75% ต่อปี) ปีที่ 3 เป็นต้นไป เป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หนังสือค้ำประกันของ บสย. และบุคคลค้ำประกัน หรือหลักประกันขั้นต่ำ 30% และบุคคลค้ำประกัน ทั้งสองบริการนี้มีระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 มีเป้าหมายอนุมัติวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท

“EXIM BANK มุ่งเน้นการสร้างกลุ่มผู้ประกอบการทุกขนาดธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่การสร้างกลุ่มผู้เริ่มต้นส่งออกให้มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด การสร้างกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กให้มีศักยภาพสูง เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางที่เข้มแข็งและพร้อมจะขยายกิจการ ไปจนถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่สามารถนำผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เวทีการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จในระยะยาว ท่ามกลางปัจจัยท้าทายและโอกาสมากมายในโลกธุรกิจยุคใหม่” นายพิศิษฐ์กล่าว