ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์รายงานการถือหุ้นของ "บอร์ด-ผู้บริหาร" บริษัทจดทะเบียน เผยเกณฑ์ใหม่ ผู้บริหารแผนของบริษัทที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ ตลอดจนนิติบุคคลที่คู่สมรสและบุตรถือรวมกันเกิน 30% ต้องรายงานการถือหุ้นด้วย เริ่ม 15 ส.ค.นี้
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฉบับใหม่ ขยายขอบเขตผู้มีหน้าที่ต้องรายงานและประเภทหลักทรัพย์ให้ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่ชัดเจน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวในการถือหลักทรัพย์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนได้ดียิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกการรายงานผ่านระบบออนไลน์ได้ เริ่ม 15 ส.ค.นี้
สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 ได้ขยายขอบเขตของการรายงานการถือหลักทรัพย์ให้กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในเรื่องขอบเขตของผู้มีหน้าที่ต้องรายงาน และประเภทหลักทรัพย์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ก.ล.ต. จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้สอดรับกับกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสรุปได้ ดังนี้
สำหรับ ผู้มีหน้าที่รายงานได้แก่ กรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และในกรณีบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการให้รวมถึงผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราว นอกจากนี้ ในการรายงานของบุคคลกลุ่มดังกล่าว ต้องรวมถึงคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลซึ่งบุคคลดังกล่าวถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดและมีสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุดในนิติบุคคลนั้นด้วย
ส่วน ประเภทหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ต้องรายงาน ได้แก่ หุ้น/WARRANT/NVDR/TSR/DW ที่มีหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยอ้างอิง (ไม่รวม DW ที่มีดัชนีหลักทรัพย์เป็นปัจจัยอ้างอิง) / หุ้นกู้แปลงสภาพ / หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยอ้างอิง และซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า : single stock futures
ทั้งนี้ ให้รายงานภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ โดยเริ่มรายงานผ่านระบบ online ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2561 เป็นต้นไป









