บาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือน ที่ "31.95 บาทต่อดอลลาร์" คาดอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจเร่งตัวขึ้นได้ไวกว่าที่คาด และหนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งของเฟดได้ แนะนักลงทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
นักบริหารเงินธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.95 บาทดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ3เดือน จาก 31.92 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นวันทำการที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทีบบกับสกุลเงินหลัก
โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ในปี 2018 ที่ระดับ 93 จุด หลัง ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านและพร้อมดำเนินการคว่ำบาตรกับอิหร่าน ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากอุปทานของอิหร่าน (Iran Oil supply)ที่ลดลง ทำให้ตลาดมองว่าราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นตาม และเริ่มลดสถานะถือครองบอนด์ระยะยาว เช่น บอนด์10ปี สหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์10ปี สหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ได้ช่วยหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าต่อ จากส่วนต่างบอนด์ยีลด์10ปี สหรัฐฯ กับพันธบัตร10ปี รัฐบาลอื่นที่เพิ่มขึ้น)
สำหรับวันนี้ ตลาดจะให้ความสนใจดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ (Producer Price Index) โดยมองว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 0.2% และปรับตัวขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 2.8% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยถ้าหากตัวเลขดังกล่าวปรับตัวขึ้นมากกว่าที่คาด อาจจะทำให้ตลาดเริ่มมองว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจจะเร่งตัวขึ้นได้ไวกว่าที่คาด และหนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งของเฟดได้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ดอลลาร์กลับมาแข็งค่ากดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ส่งออกและนักลงทุนควรเริ่มพิจารณาป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เนื่องจาก ค่าเงินบาทยังคงมีโอกาสแข็งค่าได้ต่อและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้ากับอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน (Swap point/Forward point) ยังคงติดลบอยู่ ดังนั้น หากเงินบาทอ่อนค่าขึ้นไปมาก ก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน มองเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 31.85-32.00 บาทต่อดอลลาร์









