บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "31.16 บาทต่อดอลลาร์" ยังผันผวนตามแนวโน้มสงครามการค้ายังกดดันตลาดปิดรับความเสี่ยง
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.16บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากช่วงปิดท้ายสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 31.18 บาทต่อดอลลาร์
ระยะสั้น เราเชื่อว่าค่าเงินภูมิภาคเอเชีย มีโอกาสผันผวนตามแนวโน้มสงครามการค้าซึ่งอาจกดดันให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) และขายทำกำไรบ้าง แต่ในระยะกลางเราเชื่อว่าภาพรวมการเมืองที่วุ่นวายในสหรัฐ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดีกว่าปีก่อน และการค้าในเอเชียที่ฟื้นตัว ยังจะส่งผลให้เงินลงทุนส่วนใหญ่ไหลเข้าในตลาดเกิดใหม่อยู่ และจะมีผลให้ค่าเงินเอเชียรวมถึงเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อไปได้
มองเงินบาทในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังผ่านช่วงสิ้นเดือน อย่างไรก็ตามต้องจับตาที่ตัวเลขของตลาดแรงงานสหรัฐในวันศุกร์ว่าจะดีหรือไม่ ซึ่งถ้าดีตามคาด เงินดอลลาร์หยุดอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ถ้าการจ้างงานเริ่มสะดุดอาจส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าแรงในช่วงท้ายสัปดาห์
กรอบเงินบาทวันนี้ 31.15 - 31.25 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.80 - 31.30บาทต่อดอลลาร์
สำหรับในสัปดาห์นี้สิ่งที่ต้องจับตาคือ การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย รายงานการประชุมของเฟด และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ
วันจันทร์ ตัวเลขเงินเฟ้อในไทย (CPI) คาดว่าจะขยายตัวในระดับต่ำเพียง 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็น -0.32% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน) จากอาหารสดที่ยังไม่ฟื้นตัว พร้อมกับเงินเฟ้อพื้นฐานและราคาน้ำมันที่ทรงตัว
วันจันทร์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของอเมริกา (ISM Manufacturing) คาดว่าจะเริ่มปรับตัวลงเล็กน้อยไปที่ระดับ 60 จุดจากครั้งก่อนที่ 60.8 จุด จากแรกกดดันของการจ้างงานที่ชะลอตัวลง และความกังวลเรื่องสงครามการค้า
วันพุธ รายงานการประชุมธนาคารกลางหสรัฐ (เฟด) คาดว่าจะมีการส่งสัญญาณในเชิงบวกกับการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหลังจากที่ได้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปในการประชุมครั้งที่ผ่านมา เชื่อว่านักลงทุนจะรอฟังว่าเฟดมีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยสี่ครั้งในปีนี้มากน้อยแค่ไหน
วันศุกร์ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ (US Nonfarm payrolls) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่ง ซึ่งถือว่าตลาดแรงงานของอเมริกายังแข็งแรงมาก การว่างานจะลงมาแตะที่ระดับ 4.0% ขณะที่ตลาดมองว่าค่าจ้างรายเฉลี่ยต่อสัปดาห์จะสูงขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหรือเทียบเป็น 2.7% ต่อปี









