"สหพัฒน์" วางกลยุทธ์ปี 2561 เดินหน้าใน 3 ด้าน พร้อมบุกช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 34,240 ล้าน เพิ่มขึ้น 9% โดยมีกำไร 2,000 ล้าน
ประธานกรรมการ บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บุญชัย โชควัฒนา กล่าวว่า สหพัฒน์ได้คาดการณ์ว่าทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี2561 จะมีแนวโน้มดีขึ้น นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชนรวมทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นทำให้สพัฒน์ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะเติบโตจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมียอดขาย 34,240ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และมีกำไรอยู่ที่2,000 ล้านบาทสำหรับกลยุทธ์การตลาดที่สหพัฒน์ให้ความสำคัญในปีนี้คือ การจับมือกับคู่ค้าในด้านการจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ เช่น วินามิลค์ (VINAMILK)แบรนด์โยเกิร์ตจากเวียดนาม, ดอร์โก้ (DORCO)แบรนด์มีดโกนจากเกาหลี และมี สินค้าใหม่จากคู่ค้าเดิม ทั้ง ริชเชสผลิตภัณฑ์ประเภทนมเปรี้ยว, ผลิตภัณฑ์ Oral Care จากไลอ้อน, ผ้าอนามัยเอลิสและทิชชู่เปียกเอลิแอลแบรนด์ใหม่จากญี่ปุ่น และ มาม่าโอเค บะหมี่แห้งสไตล์เกาหลี
อีก 2 กลยุทธ์ที่สำคัญ คือการเสริมความสัมพันธ์กับ Strategic Partners ผ่านโครงการคู่ค้าพันธมิตรโดยมีการตั้งเป้าขายรายเดือนร่วมกับร้านค้าอย่างต่อเนื่องและการเน้นการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ทั้งช่องทาง B2B และ B2C และให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าของบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์ของคู่ค้าส่วนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเมื่อช่วงต้นปีสหพัฒน์มองว่าจะส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้นแต่ทางผู้ค้าเองก็ต้องไม่ฉวยโอกาสในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพราะจะทำให้บรรยากาศการซื้อสินค้าชะลอลงโดยทางสหพัฒน์ยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นราคาสินค้าแน่นอน
ขณะที่ผลการดำเนินงานของสหพัฒน์ในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมียอดขายอยู่ที่ 31,360 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% มีกำไร1,444 ล้านบาทซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารระบบขนส่งสินค้าและคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มากกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันสินค้าหลายแบรนด์มีอัตราการเติบโตที่ดี เช่น น้ำแร่มองต์เฟลอ น้ำตาลมิตรผลและผงซักฟอกเปา รวมทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ ทั้ง กะทิพร้าวหอม, ProjectBeyond ซึ่งเป็นร้าน Multi-brand Sport และสินค้าในกลุ่มSea snack





