กำไรปี60 พลิกเติบโต 3% ปรับประมาณการกำไรปี 61ลดลง 9%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- กำไรสุทธิปี 60 เติบโต 3%ต่ำกว่าคาด5%:กำไรสุทธิ 4Q60 เท่ากับ 14.7 ล้านบาท +116%QoQ -4%YoYปี 60 มีกำไรสุทธิ 43.9 ล้านบาท +3.2%YoYต่ำกว่าคาด5%โดยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 32%สู่3 พันล้านบาท ส่วนรายได้จากการบริการลดลง 25%เหลือ 23ล้านบาทเนื่องจากสิ้นสุดสัญญางานให้บริหารและกำจัดขยะมูลฝอยใน 3Q60การที่สัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 85% จาก 75% ในปี 59 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นรวมลดลงเหลือ 8.3%จาก 9.4%ในปี59ในส่วนของค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราเงินเดือนและเงินชดเชยแรงงานในสัญญางานให้บริการกำจัดขยะมูลฝอยที่สิ้นสุดใน3Q60 รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลงเหลือ3.3% จาก4.2% บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.0415 บาท yield 3.2%XD3 เม.ย. วันจ่าย 24เม.ย.
- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61 ลดลง 9%แต่ยังเติบโต30%จากปีก่อน :ภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างปี 61 ยังมีแนวโน้มดีจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 61 ประกอบกับการท่องเที่ยว โรงแรม และคอนโดมิเนียมในภาคเหนือยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปี 61 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 1.6 พันล้านบาทเติบโต 10% ปีนี้งานที่จะเข้าประมูลมีมูลค่าราว 2 พันล้านบาทบริษัทมองหาโอกาสในการเข้ารับงานในกลุ่มประเทศ CLMVคาดจะเริ่มต้นที่เมียนมาและเวียดนามปลายปี 60 มีงานในมือ(backlog) จำนวน892 ล้านบาทคาดว่าส่วนใหญ่จะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ ต้นปี 61 ได้รับงานเพิ่มมูลค่า 105 ล้านบาททั้งนี้ผู้บริหารคาดสัดส่วนงานในมือปีนี้จะปรับจากงานราชการ 85% ต่องานเอกชน 15% เป็นงานราชการ 40% ต่องานเอกชน 60% ทำให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากงานเอกชนมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่างานราชการฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างปี 61 อยู่ที่ราว 1.48พันล้านบาทเติบโต 10% อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นจากเดิม 9.2% เหลือ 9%ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิใหม่ปี 61 ลดลง 9% เหลือ 57 ล้านบาทแต่ยังเติบโตสูงราว30% จากปีก่อน
- คาดแนวโน้มกำไร 1Q61เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน : คาดการณ์กำไรในช่วง 1Q61มีแนวโน้มเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 7ล้านบาท แต่คาดว่าจะต่ำกว่า 4Q60ที่มีกำไร 14.5ล้านบาทเนื่องจากเพิ่งได้รับงานและอยู่ระหว่างก่อสร้างทยอยส่งมอบ แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะสูงกว่า 7.7%ใน 1Q60เทียบกับระดับ 7.9%ใน 4Q60โดยคาดว่าระดับกำไรจะไต่ระดับขึ้นในทุกไตรมาสและน่าจะ peakในไตรมาสสุดท้ายของปี
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 1.48 บาท:จากประมาณการกำไรสุทธิใหม่ซึ่งมีกำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ 0.11 บาทจากเดิม 0.124 บาทต่อหุ้นทำให้ราคาเหมาะสมตามมูลค่าพื้นฐานซึ่งอิงProspect PER ที่ระดับ 13 เท่าลดเหลือ 1.48 บาทจากเดิม 1.60 บาทซึ่งยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุด จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”






