"ครม." อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ แก้ไข 7 เรื่องสำคัญ หนุนเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ พร้อมเพิ่มอำนาจก.ล.ต.คุมการประชุมผผู้ถือหุ้นของบจ.
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุงนิยามการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์, การกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์ การกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่รัฐมนตรีกำหนดเพิ่มเติม การเพิ่มอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมทั้งการกำหนดให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนเพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาตลาดทุน และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
โดยในร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นี้ มีการปรับปรุงแก้ไขจากเดิมใน 7 เรื่องหลักที่สำคัญ ดังนี้
1.การปรับปรุงนิยามของการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำ เช่น กรณีการกำหนดบทนิยามนี้ เพื่อให้กฎหมายมีความยืดหยุ่นและครอบคลุมมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีทางการเงินใหม่ Fintech หรือบางบริษัทอาจเข้ามาร่วมใน Regulatory Sandbox ได้ ขณะที่การจดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำได้มอบอำนาจให้ ก.ล.ต. ซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้ในอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันมีธุรกิจ Startup เข้ามา จึงต้องการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม
2. ให้ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนได้ หลังจากที่ผ่านมาบางบริษัทมีกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีปัญหาจนไม่สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้น
3.การกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม มีหน้าที่จัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
4.การปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
5.การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน เช่น ให้อำนาจ ก.ล.ต.เปิดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทุกประเภทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศได้ รวมทั้งกำหนดให้ ก.ล.ต.สามารถอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ปรับปรุงคุณภาพตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสามารถประกาศให้บุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ นำหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับของ ก.ล.ต.มาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้
6.การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ กองทุน CMDF โดยให้แยกกองทุนนี้ออกมาเป็นนิติบุคคล มีความเป็นอิสระจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมีบทบาทในการพัฒนาตลาดทุนโดยเฉพาะ
7.การเพิ่มประสิทธิภาพความชัดเจนและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ก.ล.ต.เอง โดยกำหนดให้ ก.ล.ต.ต้องเสนอแผนพัฒนาตลาดทุนให้แก่กระทรวงการคลังทุกปี ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเสนอแผนพัฒนาตลาดเงินให้กระทรวงการคลังรับทราบทุกปี






