ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับตัวลดลง
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในสหรัฐ ปรับตัวลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ตกลงมาอยู่ในระดับ 420 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
+ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบสุทธิของสหรัฐ ที่ปรับลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับต่ำกว่า 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมาในปี 2544 ประกอบกับปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดที่ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเดือนตุลาคม 2560
+ ปริมาณน้ำมันคงคลัง ณ จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอคลาโฮมา ปรับตัวลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลง 9 สัปดาห์ติดต่อกัน
+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ซึ่งดึงดูดให้นักลงทุนที่ถือครองเงินสกุลอื่นหันมาทำกำไรในสัญญาน้ำมันดิบมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในสกุลเงินสหรัฐ จะต่ำลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศญี่ปุ่นและศรีลังกา ถึงแม้ว่าอุปทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่มีแนวโน้มลดลงจากส่งออกไปยังภูมิภาคยุโรปที่น้อยลง เนื่องจากไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 59 - 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62-67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าต้นทุนการผลิต โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ก.พ. 61 ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับที่สูงสุดในรอบ 3 ปี
- การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิต โดยในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 137% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 99% หลังซาอุดิอาระเบียเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของเวเนซุเอลาปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปีที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากผลกระทบของวิกฤติทางเศรษฐกิจและการคว่ำบาตรของสหรัฐ
----------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









