ยังไม่ถึงเวลาที่จะกลับมาซื้อหุ้น
สมมติฐานราคาไก่ในประเทศและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ลงอีก 13% และปรับลดราคาเป้าหมายลงอีก 16% และเนื่องจากราคาไก่ในประเทศที่ยังยืนอยู่ในระดับต่ำ และราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นแรงเมื่อเร็วๆ นี้ เราจึงประเมินว่าน่าจะยังคงเป็นปัจจัยลบกดดันกำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 นอกเหนือจากปัจจัยลบที่จะมาจากต้นทุนการดำเนินงานของแม็คคีย์ที่จะเพิ่มสูงขึ้น เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากการคาดการณ์กำไรและอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มอ่อน
ตัวลงในปี 2561
ราคาไก่ในประเทศยังคงยืนในระดับต่ำตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ราคาไก่ในประเทศสำหรับในเขตกทม. ทรงตัวที่ระดับ 31.5 บาท/กก. มาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 จนถึงปัจจุบันหลังจากที่แตะจุดสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ที่ 38.50 บาท/กก. ในเดือนก.ย. 2560 ในขณะที่ราคาไก่ในจังหวัดชลบุรี และนครปฐมยืนที่ระดับ 29-30 บาท/กก. และ 33-34 บาท/กก. นับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค.เป็นต้นมา เราเชื่อว่าอุปทานในประเทศที่ยังคงล้นตลาด ฤดูฝนที่ยาวกว่าคาด และการบริโภคเนื้อสัตว์โดยรวมที่อ่อนตัวลง ล้วนแต่เป็นปัจจัยลบที่ส่งผลให้ราคาไก่ในประเทศยืนในระดับต่ำต่อไป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุปสงค์ไก่ส่งออกที่ยังคงเติบโตในเกณฑ์ดี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับไก่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น) ถือว่าช่วยซึมซับอุปทานในประเทศที่ล้นตลาดไปได้บางส่วน จึงส่งผลให้ราคาไก่ในประเทศยังคงสามารถทรงตัวอยู่ได้ เราคาดว่าราคาไก่มีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาได้บ้างก่อนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงกลางเดือนก.พ. 2561
ตลาดส่งออกไก่ปรุงสุกยังคงเติบโตในเกณฑ์ดี
การแข่งขันสำหรับตลาดส่งออกไก่สดแช่แข็งถือว่ารุนแรงมากขึ้น เนื่องจากการดัมพ์ไก่สดแช่แข็งเข้ามาในตลาดของประเทศบราซิลตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลให้ราคาส่งออกไก่สดแช่แข็งปรับตัวลดลง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าตลาดส่งออกไก่ปรุงสุกจะยังคงเติบโตดีอยู่ เห็นได้จากราคาส่งออกไก่ปรุงสุกในรูปสกุลดอลล่าร์ยังคงยืนได้แข็งแกร่ง(ถึงแม้ว่าราคาขายในรูปของเงินบาทจะลดลงก็ตามเนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น) และเนื่องจากผู้ประกอบการส่งออกไก่ของไทย (ซึ่งรวมถึง GFPT) ส่วนใหญ่จะหันไปเน้นส่งออกไก่ปรุงสุก (ซึ่งคิดเป็น 70-80% ของยอดส่งออกไก่ทั้งหมด) ดังนั้นผู้ประกอบการส่งออกไก่ของไทยจึงไม่แข่งขันด้านราคาโดยตรงกับผู้ประกอบการส่งออกไก่ของบราซิล และผลกระทบเชิงลบจึงไม่น่าจะมีนัยสำคัญมากนัก เราประเมินราคาไก่ส่งออกเฉลี่ยของGFPT ในไตรมาส 4/60 ที่ 4,300 เหรียญ/ตัน ทรงตัว YoY และ QoQ และคาดปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ในไตรมาส 4/60 ที่ 7,500 ตัน ลดลง 18% YoY (เนื่องจากฐานปริมาณยอดส่งออกไตรมาส 4/59 ที่สูงมากผิดปกติ) และ 10% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น)
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ลดลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ที่ 350 ล้านบาท ลดลง 29% YoY และ 31% QoQ เนื่องจากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากแม็คคีย์และจีเอฟเอ็นที่ลดลงอย่างมาก เราคาดยอดขายไตรมาส 4/60 ที่ 4.26 พันล้านบาท ลดลง 5% YoY และ 3% QoQ เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลงและราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ลดลง (ซึ่งเป็นผลมาจากราคาไก่ในประเทศที่ปรับตัวลดลง) ราคาไก่ในประเทศในไตรมาสนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 32.7 บาท/กก. ลดลง 4% YoY และ 13% QoQ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.5% ในไตรมาส 4/60 ลดลงจาก 17.1% ในไตรมาส 4/59 และ 18.1% ในไตรมาส 3/60 เราคาดกำไรสุทธิของแม็คคีย์ไตรมาส 4/60 ที่ 30 ล้านบาท ลดลง 75% YoY และ 65% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในช่วงทดลองเดินเครื่องของโรงงานไก่แปรรูปแห่งใหม่ของแม็คคีย์ที่เพิ่มขึ้น และคาดกำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นไตรมาส 4/60 ที่ 13 ล้านบาท ลดลง 64% YoY และ 75% QoQ เนื่องจากราคาขายของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ลดลง








