วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

DELTA - ถือ

ถูกกดดันจากปัจจัยด้านค่าเงิน

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของ DELTA หนุนโดยธุรกิจสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มยานยนต์ และธุรกิจในประเทศอินเดีย แม้ยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ยังไม่มาก แต่คาดคำสั่งซื้อใหม่จะเข้ามาอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อีกทั้งงบการเงินที่แข็งแกร่งจะหนุนให้บริษัทประกาศอัตราเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทนราว 4% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะสั้นยังถูกกดดันด้วยค่าเงินบาทเทียบกับดอลล่าห์ที่แข็งค่า เราแนะนำให้นักลงทุนรอให้เห็นภาวะอัตราแลกเปลี่ยนที่คลี่คลายลงก่อนค่อยเข้าสะสมหุ้น “ถือ”

คาดกำไรไตรมาส 4/60 เติบโตเล็กน้อย YoY

เบื้องต้นเราคาดกำไรหลักสำหรับไตรมาส 4/60 ที่ 1.46 พันล้านบาท สูงขึ้น 1% YoY และ 3% QoQ โดยผลประกอบการที่คาดเพิ่มขึ้น YoY มาจากอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ของ DELTA ที่แข็งแกร่ง (โดยเฉพาะในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มยานยนต์ และธุรกิจในประเทศอินเดีย) ซึ่งเราเชื่อว่าจะกลบผลกระทบของค่าเงินบาทเทียบกับดอลล่าห์ที่แข็งค่าขึ้น 8% ได้ เราประเมินยอดขายในไตรมาส 4/60 ที่ 375 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 5% YoYและ 4% QoQ ขณะที่คาดยอดขายสำหรับทั้งปี 2560 ของบริษัทที่ 1.44 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8% YoY โดยยอดขายอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มยานยนต์คาดทะยานขึ้น 70-80% ในปี 2560 แต่เรามองว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะหดตัวลงจาก 26.5% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 25.7% ในปี 2560 เนื่องจากเงินบาทแข็งค่า ซึ่งคาดมีผลมากกว่าอัตรากำ ไรที่ขยายตัวจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น และการประหยัดต่อขนาด

ค่าเงินบาทเทียบกับดอลล่าห์สหรัฐยังเป็นปัจจัยกดดันอุตสาหกรรม

ปัจจัยเรื่องอุปสงค์สินค้าจะไม่ใช่ประเด็นกดดันผลประกอบการ เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเป็นผลดีต่อผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ความต้องการสินค้าที่ให้อัตรากำไรสูงของ DELTA –automotive power supplies, converters, และ onboard chargers สำหรับรถยนต์ EV/PHEV – จะยังเป็นตัวหนุนกำไรต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่แข็งค่า และยอดขาย legacy products ที่ลดลงยังเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะสั้น เราประเมินว่าทุกๆ 1 บาทที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าห์สหรัฐ จะส่งผลให้กำไรหลักของ DELTA ลดลง 8% และอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว 0.5% ในปี 2561 เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2561 ลง 8% เพื่อสะท้อนสมมุติฐานค่าเงินบาทส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราลดลงมาจาก 94 บาท เป็น 87.50 บาท

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มยานยนต์ และ datacenter เป็นตัวนำการเติบโตในปี 2561

เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 10% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของเราที่ 9% เล็กน้อย (เป็น 1.57 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เราเชื่อว่ายอดขายที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มยานยนต์ จะเติบโตแกร่งต่อเนื่อง รวมถึงคาดอัตรากำไรขยายตัว (การประหยัดขนาด) จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยี EV/PHEV ขณะที่คาดยอดขายผลิตภัณฑ์ Datacenter จะเพิ่มขึ้นในปีนี้เช่นกัน หนุนโดย replacement cycle และโครงการ datacenter ใหม่ อีกทั้งเราเชื่อว่าธุรกิจในประเทศอินเดียของบริษัทยังโตได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการผลิตพัดลมอิเล็กทรอนิกส์จะเติบโตช้าลง เนื่องจากอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนการผลิต เราคาดกำไรหลักปี 2561 เติบโต 6% YoY