วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SC - ซื้อ

จากปีที่เส้นทางโรยด้วยก้อนหิน..เข้าสู่ปีที่มีเริ่มมีกลีบกุหลาบ

แนวโน้มกำไรฟื้นตัวชัดเจนในปี 2561 หนุนให้เรากลับมาเลือก SC ให้อยู่ในหุ้นกลุ่มที่น่าลงทุนมากที่สุดสำหรับกลุ่มอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัย โดยปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น ได้แก่ แนวโน้มยอดจองซื้อและกำไรไตรมาส 4/60 ที่คาดจะดีโดดเด่นกว่าบริษัทในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายกอปรกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงติดอันดับหนึ่งในสามของกลุ่ม โดยมูลค่าหุ้นยังต่ำอยู่ เนื่องจาก SC ถูกซื้อขายด้วย PER ปี2561 ในระดับต่ำเพียง 8.2 เท่า ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี2561 ที่ประเมินด้วยวิธี SOTP ขึ้นเป็น 4.70 บาท (จากเดิม 4.20บาท) เนื่องจากมีการปรับเพิ่มเป้าหมาย PER ของธุรกิจกลุ่มอสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัยขึ้นเป็น 9 เท่า (จากเดิม 8 เท่า) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2559 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อสะท้อนแนวโน้มกำไรขาขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป และรวมถึงมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ให้เช่าที่ 1.16 บาท/หุ้น (ส่วนลด 20%จากมูลค่าประเมิน)

ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายในปี 2560 ถึงเวลาสดใสในปี 2561

เรามองข้ามกำไรปี 2560 ที่จะออกมาชะลอตัว และหันมาสนใจกำไรปี 2561 ที่น่าตื่นเต้น โดยเราคาดกำไรหลักในปี 2561 จะพลิกเป็นเติบโต 25% จากคาดชะลอตัว 20% ในปี 2560 ทั้งนี้การที่บริษัทไม่สามารถทำรายได้ปี 2560 บรรลุตามเป้าหมายของบริษัทได้นั้น ไม่ได้สร้างความประหลาดใจ
ให้กับเรา เนื่องจากประมาณการรายได้รวมของเราอยู่ที่ 13 พันล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท 11% โดยกำไรปี 2560 ที่มีแนวโน้มออกมาไม่ดีนักนั้น หลักๆเนื่องจากรายได้จากคอนโดชะลอตัวกว่า 60% อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการทำโครงการแนวราบในปี 2560 น่าพอใจมาก เนื่องจาก
บริษัทน่าจะสามารถสร้างยอดจองซื้อโครงการแนวราบทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการที่ 11 พันล้านบาทในปี 2560 พุ่งขึ้น 39% ขณะที่คาดรายได้แนวราบปี 2560 อยู่ที่ 10 พันล้านบาท เราประเมินรายได้รวมสำหรับปี 2561 เติบโตกว่า 20% มาอยู่ที่ 16 พันล้านบาท (ตั้งสมมตุติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมต่ำกว่าเป้าหมายบริษัท 7%) ภาพที่สวยงามหนุนโดยตารางการแล้วเสร็จของโครงการคอนโดขนาดใหญ่ 2 แห่ง - Saladaeng One (มูลค่าโครงการ 4.7 พันล้านบาท จองแล้ว 43% จะเริ่มโอนในไตรมาส 2/61) และ BEATNIQ (มูลค่าโครงการ 4พันล้านบาท จองแล้ว 37% จะเริ่มโอนในไตรมาส 3/61)

ยอดจองซื้อและกำไรที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนในระยะสั้น...

ในระยะสั้น คาด SC จะมียอดจองซื้อไตรมาส 4/60 เติบโตโดดเด่นที่ 12% YoY และ 33% QoQ มาอยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท สูงกว่าบริษัทอื่นๆในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อขายที่ BLS ให้คำแนะนำ (ชะลอตัว QoQ) ประเมินยอดจองซื้อโครงการแนวราบรายไตรมาสทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 3.6 พันล้านบาท (พุ่งขึ้น 65% YoY และ 18% QoQ) สำหรับไตรมาส 4/60 โดยสูงขึ้นจากจุดสูงสุดที่ 3 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 SC จะรายงานกำไรรายไตรมาสสำหรับไตรมาส 4/60 สูงที่สุดในปี (คิดเป็น 54% ของกำไรทั้งปี)

ทะยานขึ้นแรง YoY และ QoQ เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาฯ สูงขึ้น ขณะที่มีโครงการคอนโดขนาดเล็กเริ่มโอนในไตรมาส 4/60 (Chamber Cher โครงการมูลค่า 780 ล้านบาท จองแล้ว 45%) เราคาดเงินปันผลเพื่อจ่ายต่อหุ้นสำ หรับการดำเนินงานทั้งปี 2560 อยู่ที่ 0.15 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 4.0% โดยคาดจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนเม.ย. 2561 และจ่ายจริงในเดือนพ.ค.

…ขณะที่แผนระยะสามปีหนุนผลประกอบการในระยะยาว

ผู้บริหารยืนยันว่ากำไรในระยะยาวจะเติบโตแกร่ง โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 17 พันล้านบาทในปี 2561, 20 พันล้านบาทในปี 2562 และ 23 พันล้านบาทในปี 2563 หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย 20%ต่อปี แผนดังกล่าวดูเป็นไปได้ หนุนโดยการเติบโตของธุรกิจโครงการแนวราบ และตารางคอนโดขนาดใหญ่ที่จะแล้วเสร็จ (8.9 พันล้านบาทในปี 2561 และ 8 พันล้านบาทในปี 2562 บวกกับมูลค่าส่วนเพิ่มจากการเปิดตัวคอนโดใหม่ในปีนี้และเริ่มทยอยเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป) บริษัทจะรักษาการเป็นผู้นำในกลุ่มระดับบน อีกทั้งจะขยายไปยังตลาดระดับกลางบน และระดับล่างอีกด้วย รวมถึงจะกระจายการลงทุนไปยังต่างจังหวัด โดยจะเปิดโครงการแรกที่จังหวัดฉะเชิงเทราในปี 2561