วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (4 ม.ค.61)

ตลาดหุ้นไทยรอทดสอบระดับสูงสุดตลอดกาลที่1,789 จุด

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทะลุราคาปิดสูงสุดในรอบ 24 ปี และเข้าใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 1,789 จุด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศที่ยังคงสดใสต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนที่มาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และกองทุน ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นดีต่อ เช่น AOT, PTT, ADVANC ซึ่งเราคาดว่าการลงทุนในช่วง 2 วันทำการที่เหลือของสัปดาห์นี้ ยังมีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,789 จุด เลือกลงทุนหุ้นเด่น MTLS, SCB, ADVANCกรอบดัชนี 1,750– 1,789 จุด

หุ้นเด่นวันนี้: MTLS (ราคาปิด 40.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของ AWS  47.00 บาท)

  • เราคาดแนวโน้มของ MTLS ยังคงสดใสต่อเนื่องในปี 2561 หนุนโดยกลยุทธ์การขยายสาขาของบริษัทและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนสาขาอีกประมาณ 600 สาขาในปีนี้ จาก 2,424 สาขาในปี 2560 นอกจากนี้ บริษัทยังมีปัจจัยบวกจากการที่ประเทศไทยยังมีแรงงานที่อยู่นอกระบบมากกว่า 50% บ่งบอกว่าบริษัทยังมีโอกาสอีกมากในตลาดที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ (untapped market) เราคาดสินเชื่อของ MTLS จะเติบโต 40% ในปี 2561 และประมาณการอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 3 ปีของบริษัทจะอยู่ในระดับสูงถึง 1%
  • Price Pattern ของ MTLS มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal และเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ MTLS ยังได้บ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High อย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 50 บาท ทั้งนี้ MTLS มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 50 บาท (Resistance: 40.25, 40.50, 41.25; Support: 39.75, 39.50, 38.75)

 

ปัจจัยในประเทศ:

  • อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ธ.ค. 2560 เพิ่มขึ้น 78% YoYอยู่ที่ 101.37 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่ เงินเฟ้อทั้งปี 60 เพิ่มขึ้น 0.66% YoYหนุนโดยราคาเชื้อเพลิง บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน ธ.ค. 2560 เพิ่มขึ้น 0.62% YoYอยู่ที่ 101.61 ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.56% YoYกระทรวงพาณิชย์คาดกรอบอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2561 จะอยู่ที่ราว 0.6-1.6% (บางกอกโพสต์/ไทยโพสต์)
  • คลังเผยหนี้สาธารณะคงค้างสิ้นเดือน พ.ย. อยู่ที่3 ล้านล้านบาท หรือ 41.67% ของ GDPแบ่งเป็น หนี้รัฐบาล 4.96 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นสุทธิ 27 พันล้านบาท) หนี้รัฐวิสาหกิจ 0.96 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 0.398 ล้านล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 11.67 พันล้านบาท โดยหนี้สาธารณะคงค้างสุทธิเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 18.6 พันล้านบาท (InfoQuest)
  • ครม.อนุมัติ 4,000 ล้านบาทเพื่อโครงการบ้านคนไทย ประชารัฐ : เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเงิน 4,000 ล้านบาทโครงการบ้านคนไทย ”ประชารัฐ.เฟส 2” เพื่อสร้างบ้านสำหรับผู้ที่มีรายได้ขั้นต่ำไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีขายในราคาประมาณ 350,000-700,000 แสนบาทต่อยูนิต บนที่ดินกรมธนารักษ์จำนวน 8 แปลงใน 8 จังหวัดและให้เอกชนเข้าร่วมทุนกับในโครงการก่อสร้างนี้ด้วย (Bangkok Post)ความเห็น:คาดไม่เอื้อประโยชน์ต่อ บจ. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในตลาดเนื่องจากโครงการมีขนาดต่อยูนิตเล็กเกินไป
  • SCB-PACE: PACE อนุมัติขายหุ้นเพิ่มทุน PP ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ล็อตแรก 400 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วน 62% โดยเสนอราคาขายเท่ากับ 0.51 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 204 ล้านบาท โดยการเข้าลงทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท และเพื่อให้บริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด และ บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อไปตามปกติเต็มศักยภาพต่อไป (SET)

  

ตลาดต่างประเทศ:(3 ม.ค. 61)

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ปิดบวก โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 2 หลังจากรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างที่พุ่งเกินคาดในเดือน พ.ย.
  • สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ดีดตัวสู่ระดับ 7 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 58.2 ในเดือนพ.ย. โดยก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนีภาคการผลิตเดือนธ.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 58.2
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือน ธ.ค. 2560 เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในการประชุมเฟดซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 ธ.ค. 60 นั้น ที่ประชุมมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 25% สู่ระดับ 1.25-1.50% พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2561 โดยยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ผลสำรวจพบว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 56.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน มี.ค.61

 

สินค้าโภคภัณฑ์:(3 ม.ค. 61)

  • ราคาน้ำมันดิบ:WTI ดีดตัวต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง จากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน ขณะที่กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลได้จัดการชุมนุมประท้วงติดต่อกันเป็นวันที่ 6
  • ราคาทองคำ:ขยับขึ้น 1.70 ดอลลาร์ หรือ 0.13% สู่ระดับ 1,317.80 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากที่ได้อ่อนค่าลงติดต่อกัน 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ล่าสุด US Dollar Index ปรับขึ้นมาที่ 92.182 จุด หลังจากอ่อนค่าลงไปต่ำสุดที่ 91.847 จุด ถึงแม้ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น แต่นักวิเคราะห์ก็ยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของดอลลาร์ในระยะใกล้ เนื่องจากมองว่าตลาดได้ปรับตัวรับปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดแล้ว
  • ดัชนีค่าระวางเรือ Baltic Dry Index(BDI) ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,262.00 จุด เพิ่มขึ้น 00 จุด