5 อันดับอุตสาหกรรม “ทำเงิน” ประจำปี 2560
อีกไม่กี่วันก็จะหมดปี 2560 แล้ว ปีนี้ตลาดหุ้นไทย ก็ยังคงความตื่นเต้น เร้าใจ ได้เหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะก่อนจะถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ผมมั่นใจว่า นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ไม่มีใครคิดว่า SET จะบุกทะลุทะลวง 1,700 จุด ได้ เหตุการณ์นี้ทำเอาหลายคนตกใจไปตามๆ กัน หนักสุด คือ กลุ่มบุคคลผู้เสียภาษีทั้งหลาย ที่ตั้งอกตั้งใจจะรอซื้อ LTF RMF ปลายปี ที่ปีนี้ไม่ได้ซื้อราคาถูกเหมือนปีก่อน ๆ แล้ว และเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีแบบนี้ ผมได้รวบรวมข้อมูลกลุ่มหุ้นที่ทำให้นักลงทุนได้เงิน และสูญเงินมากที่สุดของปี 2560
ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการ หน่วยงานแนะนำผลิตภัณฑ์ หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ในตลาดหุ้นไทยมีหลักทรัพย์ซื้อขายกันอยู่ทั้งสิ้น 935 ตัว (รวม Warrant และ ETF ด้วย) โดยมีหุ้นที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น (กำไร) คิดเป็น 47% (437 ตัว) และหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลง (ขาดทุน) 53% (498 ตัว) นั่นหมายความว่า “การโยนเหรียญหัวก้อยเสี่ยงทาย ยังมีโอกาสถูกมากกว่าหลับหูหลับตาซื้อหุ้นให้ได้กำไรเสียอีก”
5 อันดับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำเงิน ประจำปี 2560
- กระดาษและวัสดุการพิมพ์ (PAPER) +47.6%
- ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO) +42.9%
- ขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS) 37.5%
- การท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) 34.5%
- ยานยนต์ (AUTO) 30.8%
5 อันดับอุตสาหกรรมที่ทำเงินสูญ ประจำปี 2560
- บริการเฉพาะกิจ (PROF) -24.7%
- ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน (HOME) -19.1%
- ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ (PERSON) -18.8%
- ธุรกิจการเกษตร (AGRI) -15.2%
- ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ (ETRON) -14.9%
อุตสาหกรรมทำเงินปีนี้มีกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่อย่าง “ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์” ที่เริ่มกลับมาทำกำไรได้ดี ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะที่อันดับ 3 อย่าง “กลุ่มขนส่ง” ก็ถูกดันขึ้นมาด้วยหุ้นขวัญใจมหาชนอย่าง “ท่าอากาศยานไทย (AOT)” เช่นเดียวกับ “กลุ่มยานยนต์” ที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นับตั้งแต่ช่วงรถคันแรก
ในขณะที่อุตสาหกรรมที่ทำให้สูญเงินของปีนี้ มีอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ติดมาอยู่ในอันดับ 5 นั่นก็คือ “กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์” ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 9% (จาก 35.8 มาที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์) อย่างไรก็ตาม ปีหน้า 2561 ด้วยเรื่องของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาที่เริ่มเข้าสู่ขาขึ้น น่าจะพอส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่ามาได้บ้าง ก็หวังว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้กลุ่มผู้ส่งออกสบายใจได้บ้าง
มีหุ้นเพียง 30% เท่านั้น ที่ชนะตลาด
จากภาพรวมหุ้นไทย 2560 คุณจะเห็นว่า ในบรรดาหลักทรัพย์ทุกตัวในตลาด มีเพียง 30% เท่านั้นที่สามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่า SET Index นั่นหมายความว่า “มีโอกาสถึง 70% ที่คุณจะเลือกไปเจอหุ้นที่ลงทุนแล้วแพ้ SET”
BMSCITH … 1 ในผู้ชนะ SET Index
ในหลักทรัพย์จำนวน 935 ตัวนั้น ผมได้ลองเรียงลำดับผลตอบแทนจากมากไปหาน้อย และคิดออกมาเป็นอันดับ Percentile พบว่า “มีหุ้นเพียง 19% ในตลาดเท่านั้น ที่ทำผลตอบแทนได้สูงกว่า BMSCITH ที่เหลือแพ้เรียบ!” โดย BMSCITH ทำผลตอบแทนไปแล้วราว ๆ 20% สูงกว่า SET ที่อยู่ประมาณ 11-12%
โดยกองทุนนี้จะทำการคัดเลือกหุ้นและลงทุนเลียนแบบดัชนี MSCI Thailand เป็น Passive Fund ที่มีผลการดำเนินงานไม่ธรรมดาเลย แถมยังสามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้น ท่านที่สนใจสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่หลักทรัพย์บัวหลวง โทร 02-618-1111 และขอส่งท้ายปีเก่า และสวัสดีปีใหม่ทุกท่านล่วงหน้ามา ณ ที่นี้เลยนะครับ









