วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (29 ธ.ค.60)

คาดดัชนีดีดกลับทดสอบราคาปิด High  แถว 1,753 จุด

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: ตลาดต่างประเทศในโซนอเมริกาและเอเชียสดใส แม้ว่ายุโรปจะปิดในแดนลบบ้าง โดยหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มเหมืองแร่ โดยเฉพาะทองแดงที่ราคาทะยานขึ้นต่อ รวมทั้งกลุ่ม ICT ที่เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นก่อนสิ้นปี ทั้งนี้ตลาดหุ้นอาจจะมีแรงเทขายทำกำไรเมื่อเปิดทำการใหม่ในช่วงปีหน้า อย่างไรก็ตามหุ้นพื้นฐานดี ที่อ่อนตัวลงไปยังมีโอกาสกลับมาสดใสต่อในปี 2561 โดย AWS เลือกหุ้นเด่นในช่วงไตรมาส 1/61 ได้แก่ BANPU, IVL, BGRIM, KBANK, MTLS, SC, ANAN ส่วนการเก็งกำไรระยะสั้น วันนี้แนะนำ TASCO, TIPCO, TU  เนื่องจากราคายังอยู่ในโซนต่ำ มีโอกาสรีบาวด์จากปัจจัยบวกที่ทยอยรับรู้เข้ามา กรอบดัชนีวันนี้  1,734-1,753 จุด

 

หุ้นเด่นวันนี้ : TASCO(22.10 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS ที่ 28.50บาท)

  • เราคาดผลประกอบการที่ย่ำแย่ในไตรมาส 3/60 จะเป็น Bottom Out คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/60 จะฟื้นตัวกลับมาดีเนื่องจากปริมาณขายที่ลดลงในไตรมาส 3/60 จะเข้ามาเพิ่มในไตรมาส 4/60 ขณะที่ราคาขายในประเทศช่วงไตรมาส 4/60-ไตรมาส 1/61 สูงต่อเนื่อง และคาดว่าทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1/61 ออกมาดีขึ้นโดดเด่น เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของยางมะตอยในไตรมาส 1 และ ไตรมาส 4 ของทุกปี ราคายางมะตอยในเดือน พ.ย.-ธ.ค.ฟื้นตัวต่อ เนื่องจากราคายางมะตอยในจีนขึ้นมายืน 14.1 บาทต่อ กก. ซึ่งเป็นระดับที่ดีใกล้เคียงกับราคาขายในประเทศไทย เป็นปัจจัยบวกหนุนกำไรไตรมาส 4/60 และ 1/61
  • Price Pattern ของ TASCO แม้ว่าจะมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal แต่ Price Pattern กลับมีความแข็งแกร่งระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งในระยะสั้น มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 40 บาท และมีเป้าหมายต่อไปอยู่ที่ 26.25 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ TASCO มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 20.70 บาท (Resistance: 22.20, 22.30, 22.50; Support: 22.00, 21.90, 21.70)

ปัจจัยในประเทศ:

  • สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย. 2560 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น 23%เทียบกับเดือน ต.ค.ที่ติดลบ 0.33% ทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 11 เดือนแรก ปี 2560 ขยายตัวได้ 1.52% ส่งผลให้มั่นใจตลอดทั้งปี ภาคการผลิตจะเติบโตได้ตามที่คาดไว้ที่ 1.5-2.0% (ที่มา: โพสต์ทูเดย์)
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลังฟันธงเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 8%หลังเครื่องชี้หลายตัวส่งสัญญาณดีขึ้น ขณะการบริโภค-ลงทุนเอกชนเริ่มฟื้น เผยกำลังซื้อเดือน พ.ย. โตดี จากยอดขายรถยนต์ที่สูงถึง 7 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมากว่า 6.7% มองปีหน้าการลงทุนเอกชนดีขึ้น หลังกลุ่มรถยนต์จ่อขยายกำลังผลิต(ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ) ความเห็น:ตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ช่วยสร้าง Sentiment ทางบวกต่อนักลงทุน
  • TU (ราคาปิด 60 บาท,“ซื้อ”, ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท) บริษัทรายงานต้นทุนปลาทูน่าในเดือน ธ.ค 60 นี้ ปรับตัวลงเหลือ 1,800 เหรียญฯ ต่อตัน เทียบกับเดือนก่อนที่ 2,000 เหรียญฯ ต่อตัน นับเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยต้นทุนปลาทูน่าที่เริ่มลดลงน่าจะส่งผลบวกเต็มที่ในไตรมาส 1/61  นอกจากนี้บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากกฎหมายปฏิรูปภาษีของ Trump เนื่องจากมีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐฯ ด้วย
  • บริษัททัวร์รายงานว่ามีนักท่องเที่ยวจากเอเชียหลั่งไหลเข้าประเทศไทยเพิ่ม 8% YoY : นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกันโดยมีจำนวนมากกว่า 3.2 ล้านคน ในระหว่างนี้ โดยเพิ่มขึ้น 4.15% YoYรองลงมาคือเวียดนาม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวราว 217,000 คนเพิ่มขึ้น 25.7% YoYและเกาหลีใต้ 167,000 คน เพิ่มขึ้น 57.4% YoY (Bangkok Post)

 

ตลาดต่างประเทศ:

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ปิดดีดตัวขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (28 ธ.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือน พ.ย. วอลุ่มการซื้อขายบางเบา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายในช่วงก่อนสิ้นปี
  • ตลาดหุ้นยุโรป: ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายในช่วงก่อนสิ้นปี
  • ตลาดหุ้นอังกฤษ:ยังคงทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาน้ำมันดิบ:ปิดบวก WTI เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 59.84 ดอลลาร์/บาร์เรล; Brent เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 66.72 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่าการคาดการณ์
  • ราคาทองคำ:ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนแรงซื้อในตลาดทองคำ โดยปัจจัยที่กดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงนั้น มาจากรายงานที่ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ทรงตัวในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง
  • ราคาทองแดง:ทะยานต่อ ปิดที่ 7,181 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน
  • ดัชนีค่าระวางเรือ ปิดทำการ 25-ธ.ค.- 1 ม.ค. จะเปิดทำการอีกครั้ง 2 ม.ค.