วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

NDR (Non – Rated)

คาดกำไรปี 61 โตก้าวกระโดดจากการควบรวมและราคายางผันผวนลดลง

ประเด็นสำคัญ:

Ø  จากประเด็นการเข้าซื้อบริษัท FKRMM (ผู้นำเข้ายางรถมอเตอร์ไซค์รายหลักของ NDR) ทั้ง 100% ด้วยวงเงิน 416.54 ล้านบาท โดยแบ่งการชำระเป็น 2 ส่วน คือ 1) 220 ล้านบาท ออกหุ้นเพิ่มทุน PP จำนวน 55 ล้านหุ้น ที่ราคา 4 บาทต่อหุ้น และ 2) 196.54 ล้านบาท ชำระเป็นเงินสด น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทดังนี้ คือ

       1) จากผู้ผลิตตามออเดอร์ ไปสู่การเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมที่มาเลเซีย : จากเดิม NDR ซึ่งเป็นเพียงผู้ผลิตยางนอกและยางใน รถจักรยานยนต์ แบบ OEM ส่งขายในและต่างประเทศจะได้รับบทบาทการเป็น Wholesaler ซึ่งมีภาพลักษณ์ของแบรนด์ยางรถจักรยานยนต์ “FKR” (แบรนด์ที่ FKRMM จัดจำหน่าย) ที่อยู่ในตลาดระดับพรีเมี่ยมอยู่แล้ว ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในระดับ 25% (อันดับ 2 ในอุตสาหกรรม) พร้อมกับแหล่งกระจายสินค้าที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ

      2) กำไรราว 40 ล้านบาท ของ FKRMM จากการควบรวมตั้งแต่ต้นปี 61 : ภายหลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 18 ม.ค. 61 คาดน่าจะมีการควบรวมงบการเงิน ราวต้นเดือน ก.พ. 61 โดยหากอ้างอิงจาก ที่ปรึกษาการเงินอิสระได้คาดการณ์ผลประกอบการปี 61 ของ FKRMM ไว้ที่ 39.6 ล้านบาท จะเป็นกำไรส่วนเพิ่มแก่บริษัททันทีในอนาคต

      3) ถูก Dilute รวมราว 25.8% เป็นอย่างต่ำ : Dilution Effect จะมาจาก 2 ส่วน คือ 1) หุ้น PP จำนวน 55 ล้านหุ้น และ 2) การใช้สิทธ์จาก NDR-W1 อีก 30 ล้านหุ้น จากหนึ่งในข้อตกลงระหว่าง NDR และ FKRMM เป็นผลให้โดยรวมจะอยู่ที่ราว 28.2% เป็นอย่างต่ำ (หากเทียบแบบ Fully Diluted จะรวมอยู่ที่ 42.8% เนื่องจากราคาใช้สิทธิ์ NDR-W1 อยู่ที่ 3 บาท มีอยู่ทั้งสิ้น 106.6 ล้านหน่วย อัตราใช้สิทธิ์ 1:1)

Ø  ปี 60 ได้รับผลกระทบจากราคายางผันผวนแรง แต่เริ่มสู่ภาวะปกติสะท้อนแนวโน้มปี 61 ฟื้นตัว : หากพิจารณา ร่วมกับผลประกอบการของ NDR ในงวด 9M60 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคายางผันผวนรุนแรง (ต้นทุนของบริษัทกว่า 40%) และเป็นผลให้กำไรหดตัวกว่า 56%YoY โดยแม้ผลกระทบจะเริ่มชะลอตัวลงภายหลังจากมีการระบายสต็อกยางที่มีต้นทุนอยู่ในระดับสูงออกไปเกือบหมดแล้ว แต่งวด 4Q60 ยังน่าจะมีค่าใช้จ่ายทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินราว 2 - 3 ล้านบาท ออกมากดดันผลประกอบการในระยะสั้น จึงคาดว่ากำไรปี 61 ภายใต้ภาวะราคายางที่มีความผันผวนลดลง น่าจะกลับมาอยู่ในระดับปกติเช่นเดียวกัน

Ø  หลังควบรวมงบการเงิน น่าจะส่งผลให้ Forward PER อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก : หากพิจารณาฐานกำไร 3 ปี ย้อนหลังของ NDR ระหว่าง 34 – 56 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่า กำไรส่วนเพิ่มที่ประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ คิดเป็นกว่า 1 เท่าตัวจากระดับปกติ และยังเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 60 ซึ่งมีแนวโน้มจะทำฐานที่ต่ำ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ราคาหุ้นของ NDR มีการซื้อขายในระดับ Current PER ที่สูงราว 24 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 21.1 เท่า อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถสร้างกำไรยืนฐานเดิมได้ดั่งเช่นในอดีตรวมกับกำไรจาก FKRMM หักล้างด้วยผลกระทบจาก Dilution น่าจะทำให้ Forward PER ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับราว 16 เท่า ซึ่งคิดเป็น -1.2 SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต จึงแนะนำให้ติดตามราคายางและผลประกอบการปกติ อย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจ “ซื้อสะสม” เพื่อลงทุนรับผลการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต