หลังปรับกลยุทธ์และแผนการทำตลาดรอบใหม่ “อีลิทการ์ด” ส่งสัญญาณบวกธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ผู้บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์ อีลิท กล่าวว่า ผลประกอบการปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.2559 - ก.ย.2560) มีรายได้รวม 662.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.32% จากปี 2559 ที่ทำไว้ 403.44 ล้านบาท กำไรปี 2560 อยู่ที่ 389.83 ล้านบาท เติบโต 93% จากปี 2559 กำไร 201.40 ล้านบาท แต่ปีที่ผ่านมาใช้งบลงทุนด้านต่างๆ อาทิ ระบบไอที 60 ล้านบาท หักงบนี้ทีพีซีจะมีกำไรจากการดำเนินการ 449.83 ล้านบาท
ขณะนี้ ไม่มีงบลงทุนที่จำเป็น ปี 2561 คาดกำไรจะเติบโตเพิ่มขึ้น หลังจากปี 2560 ขายสมาชิกใหม่ได้เพิ่มถึง 1,021 ราย และควบคุมต้นทุนรายจ่ายให้เพิ่มขึ้นเพียง 5.48% ภายใน 3 ปี น่าจะมีโอกาสล้างขาดทุนสะสม จากปี 2559 ขาดทุนสะสม 890.93 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาลดลงเหลือ 770.92 ล้านบาท
“มีโอกาสล้างขาดทุนสะสมง่ายขึ้นจากการปรับภาพลักษณ์และกลยุทธ์ดำเนินงาน อีกส่วนหนึ่งมาจากการหารือสภาวิชาชีพผู้ตรวจสอบบัญชีและได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้นับจากนี้และย้อนหลังตั้งแต่ต้น"
ตั้งแต่จัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือหุ้นใหญ่ ชำระทุนเพื่อดำเนินกิจการ 700 ล้านบาท มั่นใจว่าแต่ละปีอีลิทจะมีรายได้ประจำไม่ต่ำกว่า 700-800 ล้านบาท ขณะนี้มียอดเงินสดหมุนเวียนฝากธนาคาร 960 ล้านบาท เชื่อว่าระยะยาวเป็นกิจการที่จะเติบโตได้ดี
เป็นผลโดยตรงจากการปรับกลยุทธ์จำหน่ายบัตรประเภทใหม่ 4 แบบ โดยบัตรรูปแบบใหม่คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริงเป็นหลักและบวกกำไรไม่ต่ำกว่า 15% เพื่อเป็นราคาขายที่เหมาะสม หลักการต่อไปจะต้องไม่มีการขาดทุน ขณะที่บัตรบางประเภทสร้างกำไรสูงกว่า 15%
ปัจจุบันมี 3 ประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้แก่ “อีลิทอีซี่ แอสเซส” ราคา 5 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี สำหรับเดินทางคนเดียว เข้าออกประเทศไทยระยะสั้น มีสัดส่วน 40% บัตร “อีลิทซูพีเรียริตี้เอ็กซ์เทนชั่น” ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 20 ปี เจาะกลุ่มเกษียณอายุ หรือผู้ที่ต้องการพำนักในไทยระยะยาว สัดส่วน 10% และบัตร “อีลิทแฟมิลี เอ็กซ์เคอร์ชั่น” ราคา 8 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี เพื่อการเข้าออกไทยระยะสั้น เจาะกลุ่มครอบครัว สัดส่วน 10-12% กลุ่มเหล่านี้ไม่มีบริการเสริมอื่นๆ เช่น กอล์ฟ หรือ สปา ทำให้มีกำไรสูง เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านบริการเพิ่ม ยกเว้นลีมูซีนรับส่งสนามบิน
นอกจากนี้ ได้ปรับภาพลักษณ์และการสื่อสารใหม่จาก Country Membership หรือสมาชิกบัตรธรรมดาสู่ Country Residency หรือบัตรสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยเสมือนเป็นพลเมืองของประเทศ ทำให้ได้รับความสนใจจากตลาดโลกอย่างมาก เพราะเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน หรือเจ้าของกิจการต่างชาติ เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจที่ให้บริการด้านหรือการจัดหาสิทธิการเป็นพลเมือง Citizenship Program เติบโตอย่างมาก
ปีนี้ อีลิท ได้รับความสนใจให้ไปร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ในงานสัมมนาประเภทนี้ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ โดยมีผู้สนใจติดต่อซื้อสมาชิกทันทีภายในงาน ด้วยสิทธิประโยชน์ เรียกว่า บัตรใบเดียวของโลกที่อำนวยความสะดวกด้านวีซ่าระยะยาว และมีบริการพร้อมที่สนามบิน เป็นโมเดลที่หลายประเทศในแถบแคริบเบียนที่เจาะตลาดหรูต้องการแต่ทำไม่สำเร็จ
อีกปัจจัยสำคัญ คือการตั้งตัวแทนขายกว่า 23 ราย มีสำนักงานทั่วโลก 56 แห่ง จำนวนดังกล่าวได้พาร์ทเนอร์ หรือ ตัวแทนขาย 2 รายใหญ่ เฮนลีย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ช่วยสร้างยอดขายได้ 20% จากยอดทั้งหมด และจะร่วมมือกับ ไอบีซี เอวิเอชั่น ผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวรายใหญ่ของโลก เจาะตลาดกำลังซื้อสูง 5 ประเทศยุโรป ฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก สวิตเซอร์แลนด์ และโมนาโก
พร้อมนำบริษัทโกลบอล วีซ่า ธุรกิจด้าน Residency รายใหญ่ในจีนมาเป็นเอเย่นต์ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดจีนขึ้นมาเป็นสมาชิกของอีลิทอันดับ 1 สัดส่วน 23% แซงลูกค้าจากอังกฤษ ลดเหลือ 16% อันดับ 3-10 ได้แก่ สหรัฐ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บังกลาเทศ เยอรมนี รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์
“อายุเฉลี่ยของลูกค้าบัตรลดลงเหลือ 30 ปี จากเดิมสูง 40-60 ปี โดยได้ตลาดนักธุรกิจนักลงทุนรุ่นใหม่จากเอเชียมากขึ้น เช่น จีน ฮ่องกง ที่เริ่มแสวงหาการทำธุรกิจและตลาดที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมในไทยแทนการลงทุนในประเทศตัวเองที่มีต้นทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง”
ส่วนกลุ่มลูกค้าตลอดชีพ บัตรดั้งเดิมสมัยเปิดกิจการซึ่งเป็นภาระต้นทุนสูงมาตลอดปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มไลน์กิจกรรมจากกอล์ฟและสปา 24 ครั้งต่อปี ให้มีทางเลือกอื่น เช่น สอนเล่นกอล์ฟ มวยไทย อาหารไทย หรือให้สิทธิ์ใช้แพ็คเกจสปาหรูแลกจำนวนครั้งที่ลดลง ซึ่งบริการอื่นๆ มีต้นทุนต่ำกว่า แต่เรียกความสนใจจากลูกค้าได้มากเพราะแปลกใหม่
ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการปี 2546-20 พ.ย.2560 มีสมาชิกรวม 5,040 คน เป็นสมาชิกรุ่นแรก 2,459 คน สมาชิกรุ่นใหม่ 2,501 คน






