วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (8 ธ.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความขัดแย้งในไนจีเรียที่เตรียมประทุขึ้นในเร็ว

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อกลับ (Short Covering) ของนักลงทุนและกองทุน หลังราคาปรับลดลงอย่างมากกว่าร้อยละ 3 ในวันก่อนหน้า ประกอบกับหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของไนจีเรียออกมาประกาศเตรียมประท้วงครั้งใหม่ในวันที่ 18 ธ.ค. 60 หากรัฐบาลไม่สามารถบังคับให้ผู้บริหารบริษัทน้ำมันระงับการปลดพนักงานออกได้

+ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ได้ลดลงถึง 5.6 ล้านบาร์เรลเนื่องจากท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone จากแคนนาดา ยังคงจ่ายน้ำมันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ แตะระดับต่ำกว่าสองปีที่ผ่านมาที่ระดับ 448.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าร้อยละ 7 จากปีที่ผ่านมา

+ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปคได้ลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปคในเดือนที่ผ่านมาได้ลดลงถึง 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นการร่วมมือในข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่มากขึ้นถึงร้อยละ 112 จากร้อยละ 92 ในเดือนก่อนหน้า

- อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังการผลิตของสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 47 ปี ที่ 9.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ในทวีปเอเชียที่ยังอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม น้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสหรัฐ และสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากน้ำมันดีเซลคงคลังในสิงคโปร์ที่เพิ่มมากขึ้นแตะระดับที่ 11.251 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากเวียดนาม

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 55 - 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับเหนือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยการปรับเพิ่มขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ซึ่งคาดการณ์ในเดือนธ.ค. 60 ปริมาณการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นราว 80,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา สู่ระดับ 6.174 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นราว 25,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • จับตาการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone กำลังการขนส่งราว 590,0000 บาร์เรลต่อวัน ว่าจะกลับมาดำเนินการตามปกติเร็วๆ นี้หรือไม่ หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากตรวจพบการรั่วไหลของน้ำมันราว 5,000 บาร์เรล ในพื้นที่ South Dakota ซึ่งการเปิดท่อขนส่งน้ำมันดิบจะส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากแคนาดาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และอาจทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นได้
  • ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลากับจีนมีความตึงเครียดมากขึ้นและอาจส่งผลให้เวเนซุเอลาเผชิญกับภาวะวิกฤตของเศรษฐกิจในปีหน้า หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนมีการฟ้องร้องบริษัทน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ไม่สามารถชำระหนี้ตามข้อตกลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจรจาต่ออายุเงินกู้ยืมและหนี้สินกับประเทศจีน

--------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)         

โทร.02-797-2999