วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CENTEL - ซื้อ

เป็นผู้นำเล่นรับขาขึ้นทั้งกลุ่มท่องเที่ยวไทย และการบริโภคในประเทศฟื้นตัว

ประเด็นการลงทุน

หลังจากผู้บริหาร CENTEL พบนักลงทุนในประเทศ (กองทุนและบุคคล) ในสัปดาห์ที่แล้ว เรามองว่านักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจหลักทั้งสองอย่างของบริษัท – โรงแรมและอาหาร โดยแม้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแรง (ปรับตัวสูงขึ้น 26% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา) เราแนะนำให้นักลงทุน let profit run เพื่อรับแนวโน้มกำไรดีงาม อีกทั้งยังมีโอกาสปรับประมาณการเพิ่มจากการซื้อกิจการหรือลงทุนใหม่ๆ โดยเรานำส่วนลด 20% ออกจากการประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่คิดด้วยวิธิคิดลดกระแสเงินสดขึ้นเป็น 60 บาท (จากเดิม 48 บาท) โดยอ้างอิงจาก WACC ที่ 7.9% และ terminal growth 2% เท่าเดิม ทั้งนี้เรามองว่า CENTEL สมควรที่จะถูกปรับระดับมูลค่าการซื้อขายของหุ้นขึ้น เนื่องจากบริษัทจะได้รับประโยชน์เต็มที่จากการท่องเที่ยวในประเทศและการบริโภคฟื้นตัว อีกทั้งยังมีอัพไซด์จากดีลเข้าซื้อกิจการ ปัจจุบันหุ้นถูกซื้อขายบน PER ปี 2561 ที่ 30.5 เท่า ต่ำ
กว่าในปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัทที่ 35 เท่า (ก่อนประเทศไทยเกิดการปฏิวัติในปี 2557)

เล่นรับการท่องเที่ยวไทยและอุปสงค์ต่ออาหารฟื้นตัว

นักลงทุนเชื่อว่า CENTEL เป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากรายได้กว่า 81% ของบริษัทมาจากประเทศไทย โดยแบ่งเป็นจากกรุงเทพฯ (28% ของรายได้ธุรกิจโรงแรม) และต่างจังหวัด (53% ของรายได้ธุรกิจโรงแรม) นอกเหนือจากนี้ CENTELจะเป็นบริษัทที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในกกลุ่มฯ หากรัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้กับชาวไทยเนื่องจากบริษัทมีโรงแรมในหลายจังหวัดที่ได้รับความนิยมสูงทั่วประเทศ – ภูเก็ต, พัทยา, หัวหิน, สมุย, กระบี่, หาดใหญ่ และตาก เป็นต้น อีกทั้ง CENTEL ยังเป็นบริษัทที่น่าเล่นรับการบริโภคในประเทศฟื้นตัว เนื่องจากรายได้จากธุรกิจอาหารของบริษัททั้งหมดมาจากร้านค้าในประเทศ (56% ของร้านค้าอยู่ในภาคกลาง, 16% อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 10% อยู่ในภาคตะวันออก, 8%อยู่ในภาคใต้, 7% อยู่ในภาคเหหนือ และ 4% อยู่ในภาคตะวันตก)

Cosi โรงแรมแบรนด์ใหม่ที่บริษัทเป็นเจ้าของเองเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตใหม่

Cosi โรงแรมแบรนด์ใหม่จาก CENTEL ได้เข้ามาบุกตลาดในราคา 1,000-1,500 บาท/คืน สาขาแรก โคซี่ สมุย หาดแฉวง ถูกเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์ที่แล้ว โดยโรงแรมตั้งอยู่ถัดจากเซ็นทรัล เฟสติวัลสมุย และห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที บริษัทจะเพิ่มห้องพักอีก 151 ยูนิต ส่งผลให้ห้องพักที่ CENTEL เป็นเจ้าของเองมากขึ้น 4% ขณะที่ Cosi แห่งถัดไปจะอยู่ในพัทยา โดยจะมีห้องพัก 280 ยูนิต ซึ่งจะเปิดในปี 2562 ต่อมาแห่งที่สามคาดที่เชียงใหม่ สำหรับระยะยาวนั้น CENTEL ตั้งเป้าจะมี Cosi จำนวน 20-25 โรงแรม โดย Cosi จะเป็นโรงแรมเน้นกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มเติมเพื่อเป็นโอกาสในกาสเติบโตของบริษัทในระยะยาว

ดีลการเข้าซื้อกิจการและการลงทุนใหม่ๆ จะเพิ่มการปรับประมาณการขึ้น

CENTEL จะมีดีลซื้อกิจการและการลงทุนใหม่ๆเพื่อแผนการเติบโตระยะยาว โดยบริษัทคาดรายได้ธุรกิจโรงแรมจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารอย่างน้อยอีกเป็น 1,100 แห่งภายในปี 2564 หนุนโดยแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มเติมอีก ดังนั้น CENTEL จะต้องหาการเติบโตที่ไม่ได้มาจากธุรกิจปกติ งบการเงินที่มีสุขภาพดีจะหนุนการลงทุนใหม่และการเข้าซื้อกิจการ เนื่องจากเราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิในปี 2560 อยู่ที่เพียง 0.4 เท่า ซึ่งต่ำที่สุดในรอบสิบปี สำหรับระยะสั้นถึงกลาง CENTEL มีแนวโน้มจะปิดได้สองดีล – โรงแรมในมัลดีฟ และสัญญาการบริหาร Government Complex Hotel and Convention Centre Chaeng Wattana ในกทม. ซึ่งมีทรัพย์บริหาร 204 ห้อง ทั้งนี้เรายังไม่ได้นำสองโครงการนี้มาคิดในประมาณการของเรา

เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2561

ผู้บริหารเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2561 หนุนโดยการเติบโตของธุรกิจปกติ และอัพไซด์จากดีลซื้อกิจการใหม่ บริษัทตั้งเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโต 4-5% ในปี 2561 เทียบกับ 2-3% ในปี 2560 โดยหนึ่งปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโต คือ อัตราค่าห้องพัก ตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโต 3-4% ในปี 2561 (เทียบกับ 2-3% ในปี 2560) ขณะที่คาดอัตราการเข้าพักทรงตัวที่ 81-82% ในปีหน้า สำหรับปัจจัยหนุนให้ธุรกิจอาหารพลิกเป็นกำไรนั้น ได้แก่ การบริโภคในประเทศฟื้นตัว และการเลือกตั้งที่น่าจะเกิดขึ้นปลายปีหน้า บริษัทตั้งเป้ายอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารเติบโต 2-3% ในปี 2561 (ทรงตัวในปี 2560) โดยยอดขายรวมทุกสาขาเติบโต 7-8% (5-6% ในปีนี้) อีกทั้ง EBITDA margins ปี 2561น่าจะขยายตัวเนื่องจากการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โรงแรมใหม่เข้าคิวรอเปิดตัวระหว่างปี 2561-2563

การเติบโตของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมจะเริ่มขึ้นในปี 2561 และจะต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า CENTEL ได้เซ็นต์สัญญาบริหารหลายฉบับทั้งในประเทศจีน, คิวบา, โดฮา, ลาว, มัลดีฟ และไทย สัญญาการบริหารนี้ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนห้องพักในมือเพิ่มขึ้น 867 ยูนิตในปี 2561 (จำนวนห้องบริหารเพิ่มขึ้น27%), 1,597 ยูนิต ในปี 2562 (เติบโต 39%), และ 591 ยูนิต ในปี 2563 (โต 10%) นอกเหนือจากสัญญาบริหารแล้ว บริษัทยังมีแผนจะเปิดโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองในปี 2562 (โคซี่ พัทยา, 280 ห้อง) และเปิดโรงแรม greenfield ร่วมทุนขนาด 550 ห้องในดูไบ ในปี 2563

สถิติการดำเนินงานดีขึ้น

ยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารชะลอตัว YoY ในเดือนต.ค. 2560 ตามคาด เนื่องจากเป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงร.9 อย่างไรก็ตาม คาดยอดขายสาขาเดิมจะพลิกเป็นเติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียว YoY ในเดือนพ.ย. และไตรมาส 4/60 ขณะที่คาดยอดขายรวมทุกสาขาแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 4/60 หนุนโดยการเปิดสาขาใหม่ CENTEL กลับมาขยายธุรกิจอาหารโดยการเปิดสาขาใหม่ 16 แห่งในไตรมาส 3/60 และ 38 แห่ง ในไตรมาส 4/60 หลังจากที่ไล่ปิดสาขาที่ไม่มีกำไรในช่วงสามปีที่ผ่านมา (ปิดสาขา 45 แห่งในปี 2558, 43 แห่งในปี 2559 และ 33 แห่งในครึ่งแรกของปี 2560) ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องของธุรกิจโรงแรมน่าจะเติบโต 4-5% YoY ในไตรมาส 4/60 หนุนโดยทั้งอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพัก ทั้งนี้ตัวเลขการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 ดูจะดีขึ้นทั้งสำหรับธุรกิจอาหาร (การบริโภคในประเทศฟื้นตัวและเป็นช่วงวันหยุดยาว) และธุรกิจโรงแรม (เทียบกับฐานต่ำของโรงแรมในกทม.กอปรกับไตรมาสเดือนม.ค.-มี.ค. เป็นช่วงไฮซีซั่นในมัลดีฟ)

แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/60 และ 1/61 น่าตื่นเต้น

ผลประกอบการรายไตรมาสสำหรับไตรมาส 4/60 และ 1/61 จะกลับมาน่าดึงดูด หนุนโดยฐานต่ำในไตรมาส 4/59 และ 1/60 ซึ่งเป็นช่วงไว้อาลัย, ไฮซีซั่นในมัลดีฟ และฐานต่ำของเซนทารา แกรนด์ ภูเก็ตในเดือนต.ค. 59 เนื่องจากเกิดเหตการณ์น้ำท่วม เราคาดกำไรหลักเติบโตแกร่งด้วยตัวเลขสองหลัก YoY และพุ่งแรง QoQ ในไตรมาส 4/60 และสำคัญที่สุด กำไรหลักไตรมาส 1/61 มีโอกาสทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาล หนุนโดยการฟื้นตัวในช่วงไฮซีซั่น