วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อาร์เอส’ทรานส์ฟอร์มธุรกิจดันรายได้ปีหน้า 5.3 พันล้าน

“อาร์เอส” โชว์วิสัยทัศน์ธุรกิจปี61 ชูแนวคิด“ทำธุรกิจใหม่ไร้กรอบ” ดันรายได้ 5,300 ล้านบาท ชี้อานิสงส์ “ทรานฟอร์มบิสิเนส”สำเร็จ กลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้มาแรงแซงมีเดีย

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตามที่ภาครัฐมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะสดใส คาดจีดีพี ขยายตัวมากกว่า 4% เมื่อเทียบกับปีนี้ เพราะได้ปัจจัยบวกหนุนหลายด้าน อาทิ ภาครัฐลงทุนพัฒนาประเทศอย่างเมกะโปรเจค, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง, ตัวเลขส่งออกสินค้าขยายตัว, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างช้อปช่วยชาติ ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อดีขึ้น สอดคล้องกับเม็ดเงินโฆษณาที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว 

ดังนั้น บริษัทจึงวางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ปี 2561 ด้วยความรัดกุม รอบคอบ และชัดเจน ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเติบโตก้าวกระโดดและแข็งแกร่ง

หลังจาก อาร์เอส “ทรานฟอร์มธุรกิจ”สำเร็จในปีนี้ ปีหน้าจะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “ทำธุรกิจใหม่ไร้กรอบ (Beyond the Limit)” รุกเปิดโอกาสตัวเองกับธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจ โดยนำธุรกิจเรือธงที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ได้แก่ ไลฟ์สตาร์, ช่อง 8, คูล, เพลง และแซทเทิลไลท์ทีวี มาผสานการทำงานร่วมกัน ด้วยบิสิเนส โมเดลที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique) ไม่เหมือนใคร ช่วยส่งเสริมผลักดันให้ทุกธุรกิจในเครือมีศักยภาพยิ่งขึ้น 

“ปีหน้าเชื่อว่าจะเป็นปีพิเศษที่น่าตื่นเต้น สนุก ท้าทาย ได้เห็น Turning Point จุดเปลี่ยนพลิกผันของบริษัท จากอานิสงส์ธุรกิจเฮลท์แอนด์บิวตี้มียอดขายลบสถิติในเดือนก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และยังทำมาร์จิ้นได้สูงกว่าคู่แข่งในตลาด” 

ทั้งนี้ ปี 2561 วางเป้าหมายรายได้รวม 5,300 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2524  หรือรอบ 36 ปี   โดยแบ่งสัดส่วนมาจากธุรกิจเฮลท์แอนด์บิวตี้ 47% ตามด้วยธุรกิจสื่อ 46% ธุรกิจเพลง 5% และธุรกิจอีเวนต์ 2%

“ไลฟ์สตาร์” ธุรกิจเฮลท์แอนด์บิวตี้ ตั้งเป้ารายได้ปีหน้า  2,500 ล้านบาท จากการใช้กลยุทธ์ Product Champion คัดสรรและพัฒนาสินค้าใหม่ทำตลาดต่อเนื่อง  ปัจจุบันมี 3 แบรนด์เจาะ 3 ตลาด ได้แก่ “มาจีค” ทำตลาดกลุ่มสกินแคร์, “รีไวฟ์” ทำตลาดกลุ่มแฮร์แคร์ และ “เอส.โอ.เอ็ม” ทำตลาดกลุ่มอาหารเสริม ซึ่งมีแผนจะส่งสินค้าใหม่อีกกว่า 30 รายการ จากทุกวันนี้มีแล้ว 37 รายการ

ด้าน “ช่อง 8” ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท จากการใช้กลยุทธ์ “ไพร์มไทม์ โฟกัส” ในช่วงเวลาเช้า 6.00-9.00 น. และช่วงค่ำ 18.00-22.00 น. ดึงคอนเทนต์พรีเมียมทั้งในและต่างประเทศลงจอ คาดว่าสิ้นปีหน้าจะมียอดผู้ชม 7 แสนรายต่อนาที เตรียมปรับขึ้นค่าโฆษณาเพิ่มอีก 45% เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 

ฟาก “ธุรกิจเพลง” ได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นธุรกิจ“ต้นน้ำ” ต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ๆ ได้ จึงยังไม่มีนโยบายจะยุติหรือยกเลิกทำแต่อย่างใด ปีหน้าตั้งเป้ารายได้ 250 ล้านบาท จากการใช้กลยุทธ์ Artist Centric ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดนตรีไร้ขอบ” ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพลงลูกทุ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นค่ายเพลงที่ตอบโจทย์คนฟังครบถ้วนทุกแนวเพลง 

โดยเริ่มใช้โลโก้ “อาร์สยาม” โฉมใหม่วันที่ 1 ธ.ค.นี้้ ขณะเดียวกันมองศิลปินเป็นคอนเทนต์รุกเพิ่มขีดความสามารถบริหารจัดการเพื่อสร้างรายได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นรายได้งานโชว์ตัวตามคอนเสิร์ตและอีเวนท์ต่างๆ รวมไปถึงพรีเซนเตอร์สินค้า การแสดงทั้งละครและภาพยนตร์ เป็นต้น สตรีมมิ่งและดาวน์โหลดเพลง ตลอดจนจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง คาดว่าจะออกซิงเกิ้ลไม่ต่ำกว่า 40 เพลงต่อปี

ขณะที่ธุรกิจวิทยุ “คูลฟาเรนไฮต์” ใช้กลยุทธ์ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เร่งขยายฐานออนไลน์ต่อเนื่อง เจาะกลุ่มเจน ซี ทุกเพศทุกวัยอายุระหว่าง 20-44 ปี ที่มีความคิดและพฤติกรรมเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ตอกย้ำความสำเร็จหลังผันตัวเองจาก เรดิโอ (วิทยุ) มาเป็น ออดิโอ (เสียง) ซึ่งมีฐานผู้ฟังออนไลน์เติบโตก้าวกระโดด