วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (14 พ.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง โดยการกวาดล้างคอรัปชั่นภายใต้การนำของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎหราชกุมารของซาอุดิอาระเบียในเดือนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการเมืองในซาอุฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลต่อสงครามในเยเมนที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างซาอุฯ และ อิหร่านเพิ่มมากขึ้น

+ โอเปคคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดิบปี 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 360,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 33.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน และกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคในเดือน ต.ค. 60 ปรับตัวลดลงจากเดือน ก.ย. 60 150,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 32.59 ล้านบาร์เรล ซึ่งคาดการณ์ว่าถ้ากลุ่มโอเปกคงกำลังการผลิตไว้เท่ากับเดือน ต.ค. 60 ต่อไปจะส่งผลให้อุปทานไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบในปีหน้า และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับตัวลดลงแตะระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีในปี 2561

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 9 แท่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 738 แท่น ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปทานน้ำมันเบนซินลดลงจากการที่โรงกลั่นน้ำมันในอินเดียได้ลดกำลังการผลิตลงในระหว่างช่วงปิดซ่อมบำรุง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นหลังจากจบช่วงฤดูมรสุมลง อย่างไรก็ตามยังคงไม่มีคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่ส่งออกน้ำมันดีเซลไปภูมิภาคต่างๆ

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 53 - 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังยังไม่มีประเทศใดคัดค้านข้อตกลงนี้ นอกจากนี้เลขาธิการกลุ่มโอเปค เผยว่า โอเปคกำลังหาทางบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตให้ได้ก่อนการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
  • ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านซึ่งเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังรัฐบาลซาอุดิอาระเบียกล่าวหาอิหร่านว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การโจมตีด้วยขีปนาวุธไปยังสนามบินนานาชาติคิงคาลิดทางเหนือของกรุงริยาด ซึ่งกระทำโดยกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน รวมถึงเหตุการณ์ในเลบานอนที่มีการเพิกเฉยในการกวาดล้างกลุ่มฮิสบอลลาห์ (Hezbollah) ซึ่งหนุนโดยอิหร่าน ประกอบกับ นายกรัฐมนตรีเลบานอนของนายซาอัด ฮาริรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบียประกาศลาออกจากตำแหน่ง
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นราว 67,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 9.62 ล้านบาร์เรลต่อวัน

----------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999