วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (10 พ.ย.60)

อ่อนตัวต่ำกว่า 1,700 จุด เป็นโอกาสซื้อ

ภาวะตลาดหุ้นเกิดแรงขายทำกำไรไม่เฉพาะตลาดหุ้นไทย แต่ตลาดหุ้นของประเทศขนาดใหญ่ก็ปรับตัวลงด้วยหลังความผิดหวังเนื่องแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ อาจจะต้องล่าช้าและเลื่อนการมีผลบังคับใช้ไปเป็นปี 2562 แม้เรื่องนี้จะส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก แต่เรากลับมองว่าอาจจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทย ทำให้เกิดการชะลอเงินไหลออกไปยังสหรัฐฯ และเงินลงทุนต่างชาติยังหมุนเวียนในตลาดหุ้นไทยต่อไปได้อีก เรามองดัชนีแกว่งตัวระดับ 1,703 จุด บวก/ลบ ประมาณ 5-10 จุดในวันนี้ การอ่อนตัวหลุด 1,700 จุด ภาพรวม SET ไม่น่ากังวล คาดว่ามีกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี พยุงตลาดไว้ แต่เริ่มระมัดระวังการขายทำกำไรกลุ่มลิสซิ่ง ซึ่งราคาสูง และปัจจัยหลังจากธนาคารใหญ่มีนโยบายจะผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อ จะทำให้โอกาสที่ดีของลิสซิ่งเริ่มลดลง หุ้นเด่นที่น่าสนใจ IRPC, IVL มุมมองเป็นบวก โดยสองบริษัทคล้ายกันคือลงทุนในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็น Value Added ไปอย่างมากช่วงปี 2558-2559 แต่ผลดีเพิ่งเริ่มเกิดในช่วง 2H60 เป็นต้นไป ทำให้ปี 2561 นักวิเคราะห์คาดหวังกำไรสุทธิจะเติบโตดีขึ้นมาก แนะนำหุ้นวันนี้ IRPC, IVL, PLANB

Pick of the day: IRPC(Bt6.50; BUY; AWS TP 7.70)

  • กำไร IRPC จะเริ่มสดใสตั้งแต่ 2H60 และจะไปโดดเด่นมากในปี 2561 จากการเพิ่มทั้งปริมาณการผลิตตั้งต้นจาก Crude Run และสเปรดผลิตภัณฑ์ก็ดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อน โดยผู้บริหารคาดว่า Gross Refinery Margin (GIM) ในปี 2560 เพิ่มมาเป็น 14.88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และเป็น 15.88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2561 จากปี 2559 ที่ลงไปต่ำที่ 104 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล คาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น ปี 2561-2562 เท่ากับ 0.51 บาท และ 0.65 บาท ตามลำดับ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมโดยใช้วิธี EV/EBITDA ค่าเฉลี่ยอดีตของ IVL ที่ 9 เท่า อิงผลประกอบการปี 2561 ได้ราคาเหมาะสม 7.7 บาท แนะนำซื้อ
  • Price Pattern ของ IRPC ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Buy Signal รอเพียงการกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่โดยต้องปิดตลาดที่ 55 บาทได้เป็นอย่างน้อย IRPC มีเป้าหมายเบื้องต้นที่ 6.70 บาท โดยหากปิดตลาดเหนือ 6.70 บาทได้สำเร็จ จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 8.50 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 10.30 บาท (Resistance: 6.55, 6.65, 6.70; Support: 6.45, 6.40, 6.30)

ปัจจัยในประเทศ:

  • ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 3 เดือนติดต่อกันในเดือน ต.ค. อยู่ที่ 76.7 จาก 75.0 ในเดือน ก.ย. สะท้อนถึงกำลังการซื้อที่แข็งแกร่งขึ้นและแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสขึ้นในช่วงที่เหลือของปี(บางกอกโพสต์)
  • คาดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใน EEC เริ่มได้ปีหน้าโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ คาดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 7.45 แสนล้านบาทสำหรับโครงการเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) คาดจะเริ่มต้นได้ในปี 61 นี้ ซึ่งจำนวนโครงการที่วางไว้สำหรับปีหน้ามีจำนวนกว่า 103 โครงการ และเกือบทั้งหมดคาดจะเสร็จสิ้นได้ภายใน 5 ปี (บางกอกโพสต์)
  • BANPU ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 0 พันล้านบาท (0.39 บาทต่อหุ้น) เพิ่มขึ้น 2,788% YoYแต่ลดลง 10.4% QoQแม้จะอ่อนแอกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 2.5 พันล้านบาท แต่เห็นเด่นชัดว่าราคาถ่านหินที่ปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลบวกอย่างมากต่อธุรกิจ E&P เพราะราคาขายถ่านหินเพิ่มขึ้น 25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 10 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้บริษัทพลิกกลับมาทำกำไรดีมาก และเรายังคาดว่า PER อยู่ต่ำกว่า 10 เท่า จาก EPS ที่คาดการณ์ 1.85 บาท และ 2.45 บาทต่อหุ้น สำหรับปี 2560 และ ปี 2561 วันนี้มี Analyst Meeting ช่วงบ่าย