วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

กำไรดีกว่าคาด, ตั้งสำรองฯ ลดลง

กำไรมากกว่าคาด 13%

KKP ประกาศกำไรไตรมาส 3/60 ที่ 1.72 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 45% QoQ ซึ่งผลประกอบการมากกว่าที่เราคาด 13% และสูงกว่าที่ตลาดคาด 20% หลักๆจากการตั้งค่าสำรองเพื่อหนี้สูญที่ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ โดยเราสมมติฐานการตั้งค่าสำรองฯของเราอยู่ที่ 500 ล้านบาท หากแต่ไตรมาสนี้
ธนาคารตั้งไว้เพียงแค่ 75 ล้านบาท สำหรับกำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรองฯ อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 9% YoY และเพิ่มขึ้น 7% QoQ กำไร 9 เดือนแรก ของ KKP เติบโต 8% YoY มาอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 74% ของประมาณการปี 2560 ใหม่ของเราที่ 6 พันล้านบาท

ประเด็นหลักผลประกอบการ

สินเชื่ออยู่ที่ 1.84 แสนล้านบาท สูงขึ้น 0.2% QoQ และ 4.4% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน(หนุนโดยสินเชื่อบ้าน, SMEs, และ O/D สำหรับลูกค้าบุคคลราย
ใหญ่—“Lombard loans”). ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 3/60 อยู่ที่ 5.05% สูงขึ้น 13 bps QoQ และ การสูงขึ้น QoQ มาจากสินเชื่อเติบโตแข็งแกร่งขึ้นกอปรกับการบริหารอัตราดอกเบี้ยดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 18% QoQ เนื่องจากมีกิจกรรมทางการเงินใน
ตลาดทุนน้อยลง

KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ เพียง 75 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 3/60 ลดลง 93% YoY และ 83% QoQ โดยเราประเมินไว้ก่อนหน้าที่ 500 ล้านบาท
สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อทั้งหมดลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.6% ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2560 จากเดิม 5.8% ในสามเดือนก่อนหน้า ขณะที่
อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมาอยู่ที่ 105.6% เพิ่มขึ้นจากเดิม 104.6% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2560 สำหรับหนี้ที่ไม่
ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. ลดลงเล็กน้อย 2.9% QoQ

แนวโน้ม

เราคาด KKP จะรายงานกำไรเติบโต YoY ในไตรมาส 4/60 หนุนโดยสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง, บริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ดี และการตั้งสำรองฯ ค่าเผื่อ
หนี้สูญลดลง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เราประมาณการกำไรปี 2560 ที่ 6 พันล้านบาทสำหรับปี 2560 และ 6.5 พันล้านบาทในปีหน้า

คำแนะนำ

เนื่องจากการเติบโตของกำไรที่ดีและการบริหารสินทรัพย์คุณภาพที่ดีขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. 2560 เราเชื่อว่าประมาณการกำไรของ KKP จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
ในปีนี้ เนื่องจากการตั้งค่าสำรองฯที่ลดลงและการเติบโตของสินเชื่อที่มากกว่าที่เราคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม เรายังคงสมมุติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมต่อการตั้ง
สำรองเพื่อหนี้สูญฯไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท ในปี 2560 และ 2.3 พันล้านบาทในปี 2561 จากการตั้งสำรองฯที่ต่ำลงจะส่งผลให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การตั้ง
สำรองเพื่อหนี้สูญโดยรวมในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. 2560 อยู่เพียงแค่ 698 ล้านบาท นอกจากนี้เราคาดว่าเงินปันผลอยู่ที่ 6.25 บาทในปี 2561 คิดเป็น
ผลตอบแทนเงินปันผล KKP อยู่ที่ 8.3% เนื่องจาก KKP จ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารและมีแนวโน้มการเติบโตของกำไร ทำให้เราคงคำแนะนำการ
ลงทุน ซื้อ KKP ในฐานะหุ้นปันผลเด่นสูงสุด