Fundamental View
Gold
ค่าดัชนีภาคการผลิตในเขตนิวยอร์กพุ่งทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง กดให้ราคาทองคำลงมายืนทดสอบUS$1,300 เมื่อคืนนี้ ส่วนประธาน Fed สาขาบอสตันมั่นใจว่า จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. และต่อเนื่องอีก 3-4 ครั้งในปีหน้า ถือเป็นการสนับสนุนภาพเศรษฐกิจเชิงบวกเช่นเดียวกันถ้อยแถลงของประธานเยลเลนในการประชุมร่วม IMF กับ WB เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับบวกในการซื้อขายภาคบ่าย หนุนเงินดอลลาร์รีบาวน์ขึ้น และกดราคาทองคำลงต่อ ซึ่งการหลุดระดับจิตวิทยา US$1,300 ส่งผลให้มีแรงขายเข้ามาตามสัญญาณทางเทคนิค ซึ่งเช้านี้ราคากลับลงมาทรงตัวใต้แนวกรอบ US$1,295
SET50
กองทัพอิรักรุกเข้ายึดเมืองในเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ดที่เพิ่งลงมติขอแยกตัวเป็นประเทศ กระทบต่อการส่งออกน้ำมันในเขตดังกล่าวซึ่งมีทั้งโรงกลั่นและบ่อน้ำมันทั้งนี้ หากมีการปะทะกันมากขึ้นถึงระดับสงครามในภูมิภาค จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันในระยะกลางซึ่งจะช่วยหนุนมาตรการลดการผลิตของ OPEC และราคาหุ้นพลังงานทั่วโลก ส่วนปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นในจำนวนไม่มาก และยอดซื้อในตลาดตราสารหนี้ยังมีความไม่ชัดเจน ทำให้เงินบาทที่แข็งค่าอาจมีการดีดกลับได้ทุกเมื่อ
Technical View
Gold : ราคากลับลงมาอยู่ใต้US$1,295ค่าMACD ยังเป็นลบRSI ยังคงไม่ให้ความชัดเจนของทิศทางและ stochastic เตือนความผันผวนของราคาจึงควรติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำ : swing trade
Technical View
SET50 : ดัชนีเปิดgap ยกตัวขึ้นต่อ ช่วงบ่ายวานนี้มีแรงซื้อสนับสนุน MACD,RSI และ stochastic พักตัวรอหนุนต่อการย่อหรือพักตัวจะเป็นจังหวะให้เข้าซื้อ
คำแนะนำ : swing long









