วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (29 ก.ย.60)

ยังคาด Window dressing ไม่คึกคัก บาทอ่อนค่า แต่ไม่ไล่ซื้อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์แถวนี้

การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯและการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้สกุลเงินเอเซียอ่อนค่าลง เป็นแรงกดดันต่อเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทย นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตขายทำกำไรพันธบัตร 1.3 หมื่นล้านบาท ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้เกิดแรงเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เรามอง upside ของการฟื้นตัวในระดับ 15-20% จากจุดต่ำสุด ซึ่งหุ้นหลายตัวโดยเฉพาะหุ้นหลักในกลุ่มได้ฟื้นขึ้นมาในระดับที่เราคาดหมายแล้ว อาทิ KCE (+30%), HANA (+20%), DELTA (+10%), CCET (+15%) เราแนะนำนักลงทุนไม่ไล่ซื้อหุ้นต่อแต่ให้รอทำกำไรสำหรับผู้เข้าซื้อไว้ ขณะที่อาจยังมี upside ในเชิงเก็งกำไรต่อ SMT จากปัจจัยเฉพาะตัว เรายังคงมุมมอง บรรยาการของ Window dressing ไม่คึกคักหลังหุ้นไทยปรับขึ้นจากต้นปี 8% และมีผลตอบแทนรวมค่าเงินบาทที่แข็งค่า 16.1% ซึ่งใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของตลาดสำคัญส่วนใหญ่แล้ว ขณะที่ตลาดพัฒนาแล้วที่ Underperform ค่าเฉลี่ยทั้ง สหรัฐฯ, อังกฤษ, ญี่ปุ่น มีโอกาสปรับขึ้นดีกว่าในช่วงสั้นได้

Investment Theme 1) หุ้นขนาดใหญ่ที่ราคายังขึ้นน้อย (Laggard) เช่น PTT BANPU SCC CPALL CPF SCB BLA* CK KCE BDMS และ 2) หุ้นที่โมเมนตัมช่วงสั้นเป็นบวก AMATA, KCAR*, TK*, ILINK*, JWD*, TWPC*, SLP*, MC*, GCAP*, CSS*, KCAR*

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวลดความร้อนแรง โดยดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบ 1660 และ 1650 จุด เน้นการเก็งกำไรแบบตั้งจุดตัดขาดทุน และระวังแรงขายของหุ้น cyclical อย่างเดินเรือและโรงกลั่นที่อยู่ในช่วง seasonal peak // หุ้นแนะนำ PACE, MILL*, SMT*

ประเด็นการลงทุน

โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังการปรับขึ้นก่อนหน้านี้ / ราคาโลหะ-สินค้าเกษตรทรงตัว / ค่าระวางเรือ (BDI) ปิดที่ 1,391.00 จุด (-2.66%) / ถ่านหิน Newcastle ปิดที่ 97.10 เหรียญต่อตัน (-0.15%) /  ทองคำทรงตัวหลังค่าเงินเหรียญฯอ่อนค่า

ค่าเงิน/บอนด์ยีล สหรัฐแตะเบรก – หลังการปรับขึ้นตามสัญญาณเชิงบวกวานนี้ ค่าเงินเหรียญฯรวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเริ่มลดระดับความร้อนแรงลงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจชุดล่าสุดจะออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด (จีดีพี ไตรมาส 2/60: 3.1% vs คาด 3.0% // ดุลการค้า: -62.9B vs -65.0B) จากแรงขายทำกำไรส่วนหนึ่ง และนโยบายปฏิรูปภาษียังไม่ชัดเจนมากพอ

ปรับเพิ่มเป้าเติบโตเศรษฐกิจไทย – สศค.เตรียมปรับเป้า GDP ปีนี้เพิ่มตาม กนง. ในเดือน ต.ค. เช่นเดียวกับหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจอื่นๆ หลังพบสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้น-การส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3.8% ในปีนี้ จากที่คาดเดิม 3.6%

EEC ผ่านมติสนช. – สนช.มีมติเป็นเอกฉันท์ 175 เสียง เห็นชอบ พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พร้อมตั้ง กมธ.ร่วมแปลญัตติจำนวน 30 คน กำหนดเวลาต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วันก่ อนส่งกลับมาให้ที่ประชุม สนช.ลงมติต่อไป

ราคาขายถ่านหิน – รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัพยากรของอินโดนีเซียกล่าวปฏิเสธนโยบายการตั้งราคาขายถ่านหินภายในประเทศด้วยวิธีบวกต้นทุน แทนการตั้งตามราคาตลาดในปัจจุบัน

ประเด็นติดตาม: 29 ก.ย. – 2Q17 GDP อังกฤษ / เงินเฟ้อยูโรโซน

แนวรับ : 1660 / แนวต้าน : 1677 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

 (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)

 

หุ้นแนะนำ

  • PACE* (2.40) : เรามองราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว ทั้งนี้สินทรัพย์หลายตัวมีศักยภาพในการหาผู้ร่วมทุนหรือขายทำกำไร ทำให้บริษัทน่าจะผ่านจากช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ (stop loss = 2.04 บาท)
  • MILL* (2) : ผู้บริหารเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นขึ้นเป็น 42% จาก 19% ผ่านประกาศทำการซื้อคืนโดยสมัครใจ ที่ราคา 80 บาท ซึ่งยังคงสูงกว่าราคาหุ้นในปัจจุบัน (มูลค่าทางบัญชี 2Q60=1.46 บาท) การออกผลิตภัณฑ์เหล็กเกรดพิเศษซึ่งมีกำไรสูงกว่าปกติ ช่วยให้ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วม (ถือหุ้น 50%) พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในปี 2561
  • SMT* (4.7) : ผลการดำเนินงานครึ่งหลังฟื้นตัวขึ้นผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว รายได้ไตรมาส 2 ลดลง 50% ตามยุทธศาสตร์ลดการผลิต HDD PCBA ซึ่งจะเห็นวากำไรขั้นต้นลดลงเพียง 5% แต่ผลขาดทุน 230 ล้านบาท มาจากการตั้งสำรองลูกหนี้ Set top box 190 ล้านบาท (stop loss = 4.08 บาท)
  • หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ: AMATA, KCAR*, TK*, ILINK*, JWD*, TWPC*, SLP*, MC*, GCAP*, CSS*, KCAR*