ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังมีข้อสรุปถึงการขยายระยะเวลาลดกำลังผลิตจากการประชุมกลุ่มโอเปค
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 1 และปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเดือน เนื่องจากผู้ผลิตหลักในกลุ่มโอเปคได้เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ณ กรุงเวียนนา โดยกลุ่มผู้ผลิตหลักได้ให้ข้อสรุปว่ากลุ่มผู้ผลิตจะรอดูสถานการณ์จนถึงเดือน ม.ค. 61 แล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะมีการขยายระยะเวลาในการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามบางประเทศได้ให้ความเห็นว่าอาจจะมีการตัดสินใจในเรื่องนี้ตอนประชุมโอเปคอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย. 60 นี้
+ ประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการยกเว้นการลดกำลังผลิต ได้มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่ำกว่า 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่ากำลังการผลิตที่ได้ตกลงกับกลุ่มโอเปคไว้ ขณะที่รัสเซียได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงเช่นเดียวกันจนถึงเดือน มี.ค. 61 เพื่อที่จะลดภาวะอุปทานล้นตลาดลง
+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ณ วันที่ 22 ก.ย. ปรับลดลง 5 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 744 แท่น ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นการปรับลดลงมากที่สุดตั้งแต่เดือน พ.ค. 59 โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง
- อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ได้ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.51 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับก่อนหน้าที่สหรัฐ ได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน Harvey ที่ U.S. Gulf Coast เมื่อปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ สาเหตุจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ปรับลดลง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังถูกกดดันจากอุปทานที่เพิ่มมากขึ้นจากประเทศจีน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปสงค์เข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามราคาถูกกดดันจากอุปทานที่ส่งออกเพิ่มขึ้นในบางช่วงจากอุปสงค์ที่ลดลงในฤดูฝน
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังปริมาณการผลิตและการนำเข้าน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ยังคงปิดดำเนินการกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 14.2 ของกำลังการผลิต โดยในสัปดาห์ล่าสุด EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. 60 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 4.6 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 472.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันกว่า 3 สัปดาห์ติดต่อกันและสูงกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล
- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. 60 ปรับเพิ่มขึ้นกลับมาสู่ระดับเดิมก่อนเกิดพายุ Harvey ที่ระดับ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดปริมาณการผลิตในเดือน ธ.ค. จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการเพิ่มขึ้นของแหล่งผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคคาดจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังกลุ่มผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือน ส.ค. ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มความร่วมมือขึ้นมาจาก 85% มาอยู่ที่ 94% ในขณะที่ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคปรับเพิ่มความร่วมมือมาสู่ระดับ 119% ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 100% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการปรับลดกำลังการผลิตมา นอกจากนี้ยังต้องจับตาการหารือระหว่างกลุ่มผู้ผลิตว่าจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมโดยการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตจากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 หรือมีการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือไม่
--------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









