วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (19 ก.ย.60)

Fund Flow ยังหนุน

ภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 50 US/Barrel ประกอบกับ Fund Flow ต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง หนุนให้ SET ปิดที่ 1,670.20 จุด (+9.67 จุด) Vol. 6.7 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +1,985 ลบ.  TFEX Net -13,100 สัญญา ตราสารหนี้ -4,586 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐต้องการแก้ปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีด้วยวิธีทางการทูต

+ ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังคลายความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนส.ค. +1.5%

+ ตลาดหุ้น DJ  ปรับตัวขึ้น จากแรงซื้อกลุ่มการเงินจากคาดการณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 19 – 20 ก.ย.

+/- ราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงล่าสุด 50.4 US/Barrel หลังแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลง 7 แท่น สู่ 749 แท่น รวมทั้งโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้ง

+/- Foreign Net Buy ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.ราว 1.3 หมื่นลบ. ส่วน TFEX เป็น Net Short ราว 7 หมื่นสัญญา

+ ตลท.ตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปหุ้นไทยโตเพิ่มเป็น 150% ของ GDP ในปี 64 จากปัจจุบัน 112%

+ กกพ. เดินหน้าโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 78 MW ลั่นได้ข้อสรุป ต.ค.นี้ กำหนด COD ภายในปี 62 ส่วนไฟฟ้า VSPP Semi-Firm จำนวน 268 MW เล็งเคาะสรุปต้นปี 61 (ข่าวหุ้น)

** 19 – 20 ก.ย. ประชุมนโยบายการเงิน FED คาดคงดอกเบี้ย และติดตามช่วงเวลาการปรับลดขนาด Balance sheet ของสหรัฐ

** สัปดาห์นี้คาดสหรัฐฯเปิดเผยกรอบเวลาในการปฏิรูปภาษี

**  24ก.ย. เลือกตั้งเยอรมัน โพลล์คาดพรรค CDU ของ Merkel จะชนะการเลือกตั้ง

ภาวะตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติทึ่ไหลเข้าต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีผ่อนคลายลงหลังสหรัฐต้องการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทูต อย่างไรก็ตามภาวะ Overbought ทางเทคนิคเป็นสิ่งที่ต้องระวังในระยะสั้น ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,675 - 1,680 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   Selective Buy กลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

- กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อานิสงส์ราคาน้ำมันขึ้นเหนือ 50 US/Barrel

- PSL TTA ค่าระวางเรือขึ้นทำ High รอบ 2 ปีล่าสุด 1,398 จุด

- IVL EPG TU ข่าวสหรัฐฯเปิดเผยกรอบเวลาการปฏิรูปภาษีในสัปดาห์นี้

หุ้นแนะนำพิเศษ

TRUE (ราคาปัจจุบัน 6.35 บาท Bloomberg Consensus 6.08 บาท)

  • มีมติที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ทำการ ขาย เช่า ขยายระยะเวลาการให้เช่า และการจองซื้อหน่วยลงทุน โดยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องหลักได้แก่ 1) เสาโทรคมนาคม และ 2) ระบบใยแก้วนำแสง รวมเป็นมูลค่าทรัพย์สินที่จะขายราว 6.5 - 7.2 หมื่นล้านบาท
  • ความเห็น การขายทรัพย์สินดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ 1.4 หมื่นล้านบาทในปี 60 (คาดเกิดในงวด 4Q60) และอีก 5.1 หมื่นล้านบาทในปี 61 สำหรับงวดแรก มีมูลค่าทางบัญชีที่ 700 - 800 ล้านบาท จึงน่าจะสร้างผลกำไรพิเศษให้กับ TRUE หลังภาษีราว 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ราว 0.3 บาท นอกจากนี้ ยังคาดหวังกำไรพิเศษปีหน้าได้อีกราว 3.5 หมื่นล้านบาท หรือ 1.05 บาทต่อหุ้น ส่วนเงินสดอาจนำเงินบางส่วนมากชำระหนี้ (สิ้นงวด 2Q60 มี หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.62 แสนล้าน หากนำเงินสดจากการขายสินทรัพย์งวดแรกมาจ่ายหนี้ทั้งหมด จะลดภาระดอกเบี้ยได้ปีละ 800 ล้านบาท ส่วนงวดที่ 2 น่าจะลดดอกเบี้ยได้ราว 3 พันล้านบาท ราคาปัจจุบันยังน่าสนใจด้วยความ Laggard กับผู้ประกอบการอีก 2 ราย (YTD True -11%, ADVANC +32%, DTAC +53%) แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร"

  • SPALI (ราคาปิด 22.90 Bloomberg34) ชนะประมูลซื้อที่ดินสถานทูตออสเตรเลียบนถนนสาทรติดถนนสวนพลู มูลค่า 4,600 กว่าล้านบาท เตรียมพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยและอาคารสนง.ให้เช่าเกรด A มูลค่ารวมประมาณ 17,000 ลบ. คาดจะเปิดให้ลูกค้าจองโครงการได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 61 ผู้บริหารมั่นใจว่าจะช่วยให้ยอดขายและรายได้เติบโตยั่งยืน 15-20% ต่อปี
  • ความเห็น : โครงการดังกล่าวช่วยขยายสัดส่วนสินค้าระดับบนเพิ่มขึ้น และเพิ่มรายได้ประเภทค่าเช่าซึ่งจะเป็นรายได้ประจำในอนาคต ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขาย  ทำให้เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว ด้านผลการดำเนินงานปีนี้รายได้มีโอกาสทำได้ตามเป้าที่ 2.45 หมื่นลบ. กลางปี 60 มี backlog รองรับแล้ว 83% Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 60 ราว 5,352 ลบ. +9.5% กำไร 1H60 เท่ากับ 2,015 ลบ. -29% คิดเป็น 38% ของประมาณการ แนวโน้มกำไร 3Q60 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ

  • JSP (ราคาปิด94 อยู่ระหว่างปรับลดประมาณการ) แย้มแนวโน้มงบครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก จ่อบุ๊คโอนแบ็กล็อก 2,600 ล้านบาท เล็งเปิดขาย 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,238 ล้านบาท เตรียมจัดงาน “JSP Outlet Grand Sale” ระบายสต๊อกในไตรมาส 4/60 (ที่มา ข่าวหุ้น)
  • ความเห็น รายได้มีแนวโน้มทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายของผู้บริหาร อย่างไรก็ดี เราค่อนข้างกังวลในเรื่องความสามารถในการทำกำไร กำไร 1H60 ที่ 54.4 ลบ. -74%YoY โดยคิดเป็น 16% ของประมาณการทั้งปีที่ราว 336 ล้านบาทเนื่องจาก Gross Margin ใน 2Q60 ลดต่ำกว่าสมมมติฐานทั้งปีที่ราว 31% เหลือ 21% ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการเชิงลบ

หุ้นมีข่าว   

Ø  MGT (ราคาปิด 3.38 ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสม 3.50) ส่องทิศทางครึ่งปีหลังสดใส ลุยสยายปีกต่างแดน หลังตัวเลขส่งออกโตดี 3-4% ใส่เกียร์ตั้งบริษัทร่วมทุนเมียนมาตามแผน หวังดันยอดขายนอกบ้านทะยาน ไม่น้อยกว่า 5% ฟากผู้บริหารเร่งเครื่องปั๊มมาร์จิ้นเข้าพอร์ตกดต้นทุนลดฮวบ (ที่มาทันหุ้น)    

Ø  ความเห็น เราคาดว่ารายได้ใน 2H60 มีโอกาสเติบโตเนื่องจากพนักงานขายผ่านการอบรมและเรียนรู้วิธีการทำงานมาแล้วทำให้มีทักษะในการขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งการเปิดสาขาที่หาดใหญ่ และนครพนมเป็นตัวหนุนรายได้ให้ 2H60 เติบโตกว่าครึ่งปีแรก นอกจากนี้มี upside จากการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับเคมีเพื่อขยายการเติบโตในอนาคต

Ø  CK (ราคาปิด 28.00 Bloomberg Consensus 35.92) เสือนอนกิน คาด Backlog พุ่งเกิน 1 แสนล้านบาท ครึ่งปีหลังมีลุ้นได้งานเพิ่มกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากการเข้าประมูลงานทั้งหมด 2 แสนล้านบาท จ่อรับงานสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของ CKP มูลค่า 1 แสนล้านบาท (ที่มาทันหุ้น)

Ø  ความเห็น เรายังมีมุมมองบวกต่อ CK จากครึ่งปีหลังจะมีงานประมูลออกมาเพิ่มขึ้นอย่างมากและบางโครงการต้องใช้ความชำนาญเฉพาะเช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และทางด่วนพระราม3-ดาวคะนองทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าโครงการที่ไม่ต้องใช้ความชำนาญ อย่างไรก็ตามกำไรใน 3Q60 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามรายได้จากการก่อสร้างที่ลดลงแต่ยังได้รับแรงหนุนจากปันผลของ TTW ราว 230 ล้านบาท

Ø  (+)BANPU (ราคาปิด 16.90 Bloomberg Consensus 21.96) จะใช้เงินราว 1.86 พันลบ.ซื้อหุ้น 25.7% ใน Sunseap ผู้ให้บริการพลังงานสะอาดแบบครบวงจรในสิงคโปร์

Ø  ความเห็น เรามองว่าบริษัทพยายามกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอเพื่อลดความผันผวนของธุรกิจถ่านหิน แต่จะไม่ส่งผลอย่างมีนัยต่อผลประกอบการในระยะสั้นเนื่องการการลงทุนยังถือว่าเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจถ่านหิน

Ø  (-) AOT (ราคาปิด 59.25  Bloomberg Consensus 55.26)  ธนารักษ์เรียกเก็บค่าเช่าสนามบินสุวรรณภูมิอัตราใหม่ 2.5 พันล้านต่อปีจากเดิม 1.5 พันล้าน พร้อมคิดย้อนหลัง 5 ปี จำนวน 4 พันล้านบาท รวมเป็น 6.5 พันล้าน เริ่มจ่าย 1 ต.ค. (ที่มา ข่าวหุ้น)

Ø  NCL จับมือสายการเดินเรือของอิสราเอล ตั้งบ.ร่วมทุนสัดส่วน 51:49 ทำธุรกิจตัวแทนขนส่งสินค้าทางทะเล

Ø  PLANB ส่งบ.ย่อยลงทุนไม่เกิน 94.74 ลบ.ถือหุ้นราว 30% ใน MJS Trading รุกธุรกิจสื่อโฆษณาที่ฟิลิปปินส์

Ø  ศาลล้มละลายฯ รับคำร้อง EARTH ขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาหลังเจ้าหนี้ถอนคัดค้าน นัดฟังคำสั่ง 21 ก.ย.

Ø  DCORP ทุ่มงบ 280 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น "ฮีโร่ เอ็กซ์พีเรียนซ์" รวม 32.50% รุกธุรกิจพัฒนาแหล่งบันเทิงในรูปแบบ "ดิจิทัล ไฮเปอร์ เรียลลิตี้" พร้อมปิดดีลภายใน 31 ต.ค.นี้