วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TAPAC - ซื้อเก็งกำไร

ธุรกิจใหม่มี Backlog พร้อมทยอยโอนในอีก 2 ปีข้างหน้า

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • TAPAC ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ สยายปีกสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไกลถึงประเทศสวีเดน : บมจ. ทาพาโก้ (TAPAC) เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจากการฉีดขึ้นรูป และยังเป็นผู้ออกแบบ ผลิต แม่พิมพ์ (Mold) สำหรับการฉีดขึ้นรูป (ดำเนินการโดย TAPM (TAPAC ถือหุ้น 5%)) ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้สำนักงาน (ปรินเตอร์) สัดส่วน 80% เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (ไมโครเวฟ) สัดส่วน 10% และชิ้นส่วนรถยนต์ (แอร์รถ) สัดส่วน 10% ด้วยกำลังการผลิตสำหรับกลุ่มฉีดพลาสติก 2,160 ตัน/ปี จากโรงงานที่ปิ่นทอง (ชลบุรี) และกบินทร์บุรี (ปราณบุรี) โดยในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมามีการขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสวีเดน ชื่อ “C4 Hus AB” โดยเริ่มถือหุ้น 49% เมื่อเดือน ก.ย. 58  และถือเพิ่มขึ้นเป็น 99.82% เมื่อเดือน ก.พ. 59  เป็นผลให้มีการรับรู้รายได้มาตั้งแต่งวด 2Q59 (สิ้นสุดเดือน เม.ย. 59) ซึ่งในงวด 1H60 มีการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่เป็นสัดส่วน 65%

  • ปรับธุรกิจเดิมมาผลิตชิ้นส่วนที่ใหญ่ขึ้นและใช้ประโยชน์พื้นที่โรงงานให้มากขึ้น : แม้สินค้าในกลุ่มออฟฟิศเผชิญความท้าทายสะท้อนจากรายได้จากชิ้นส่วนเครื่องใช้สำนักงานในปี 59 (สิ้นสุด ต.ค.) ลดลง 3%YoY แต่ผู้บริหารปรับแผนดำเนินการด้วยการหาออเดอร์ชิ้นส่วนพลาสติกในอุตสาหกรรมอื่นๆ คือ เครื่องปรับอากาศซึ่งใช้ชิ้นส่วนพลาสติกขนาดใหญ่ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อมาผลิตชิ้นส่วนของโครงเครื่องปรับอากาศโดยเฉพาะมีกำลังการผลิต 650 – 850 ตัน/ปี เมื่อเทียบกับของเดิมที่มีอยู่ที่ 15 – 480 ตัน/ปี ด้วยเงินลงทุนราว 25 – 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ด้วยพื้นที่โรงงานที่ จ.กบินทร์บุรีที่มีสูงถึง 1.09 หมื่น ตรม. (สูงกว่าที่ปิ่นทองที่มีพื้นที่ 7.9 พัน ตรม.) ปัจจุบันมีการวางเครื่องจักรในพื้นที่เพียง 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น บ่งชี้ว่า TAPAC ยังมีความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตอีกมากหากมีออเดอร์ในชิ้นส่วนใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น

  • ตลาดอสังหาฯสวีเดนยังเป็นช่วงขาขึ้น ธุรกิจใหม่จึงน่าจะได้รับอานิสงส์เต็มๆ : สำหรับธุรกิจใหม่ เนื่องด้วยสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศสวีเดน ที่มีการเติบโตต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 10 ปี หนุนให้ราคาบ้านโดยเฉลี่ยในประเทศสวีเดนปรับเพิ่มขึ้นไปเป็น 2 เท่าตัว  โดยล่าสุดช่วงเดือน ก.ค. 60 ยังคงมีค่าเฉลี่ยปรับขึ้นต่ออีก 9%YoY ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความไม่สมดุลระหว่าง Damand และ Supply ของอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย กล่าวคือ มี Demand สูงกว่า Supply กว่า 2 – 3 เท่าตัว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้อพยพจากประเทศแถบตะวันออกกลาง และวัฒนธรรมการย้ายออกมาหาที่อยู่อาศัยด้วยตนเองของกลุ่มวัยรุ่นในประเทศ และยังถูกสนับสนุนโดยนโยบายทางการเงินของธนาคาร Riksbank (ธนาคารกลางประเทศสวีเดน) ที่ค่อนข้างผ่อนปรน ทำให้ง่ายต่อการยื่นกู้ซื้อบ้าน (อัตราดอกเบี้ยในการกู้เงินซื้อบ้านต่ำเพียง 71% ใน มิ.ย. 60) จึงคาดว่าธุรกิจใหม่ด้านรับเหมาก่อสร้างของบริษัทจะได้รับประโยชน์อย่างมากในระยะกลาง

  • รับรู้รายได้จาก Backlog กว่า 7 พันล้านบาทต่อเนื่องไปอีก 2 ปีข้างหน้าเริ่มตั้งแต่ 3Q60 เป็นต้นไป : ในระยะสั้น ผลประกอบการของบริษัทน่าจะได้รับแรงหนุนจาก Backlog ของ “C4 Hus AB” ณ สิ้นงวด 2Q60 ที่ระดับสูงถึง 7 – 8 พันล้านบาท บริษัทเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างบ้านด้วยวิธี Knock Down โดยการนำชิ้นส่วนสำเร็จรูปมาประกอบซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะมีการส่งมอบงานในช่วง 3Q60 – 4Q60 รวมมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทเป็นอย่างต่ำ  น่าจะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในช่วง 2H60 เป็นสำคัญ นอกจากนี้ Backlog ที่เหลือคาดจะส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วงปี 61 – 62 ได้ โดยภายหลังปี 62 เป็นต้นไป C4 Hus AB ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการก่อสร้างจากการพัฒนาที่ดินกับภาครัฐฯซึ่งยังไม่มีใบอนุญาตการจัดสรรที่ดินสำหรับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตซึ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้างที่มีอัตรากำไรสูงกว่าแบบปกติ 

  • คาดกำไรปี 60 เติบโต 66%YoY และยังมี Upside ส่วนเพิ่มอีกมาก : โดยภาพรวมคาดว่า TAPAC น่าจะมีรายได้รวมในปี 60 เติบโต 6%YoY มาอยู่ที่ 2.87 พันล้านบาท หลักๆมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (75% ของรายได้) คาดเติบโต 27.6%YoY จากการโอนงานรับเหมาก่อสร้างดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ธุรกิจหลัก คาดรายได้ยังเติบโตไม่มากที่ 4.1% YoY แต่ยังคาดหวังการเข้ารับงานใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนในอนาคต ทั้งนี้ สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.9% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ 18.7% จากธุรกิจรับเหมาที่มีอัตรากำไรต่ำ  เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิปี 60 (สิ้นสุด ต.ค. 60) เติบโต 66%YoY มาอยู่ที่ 188 ล้านบาท โดยยังมี Upside ส่วนเพิ่มต่อประมาณการอีกมาก อาทิ การเข้ารับเหมางานก่อสร้างเพิ่มเติมในประเภทที่มีอัตรากำไรสูงกว่าปัจจุบัน (เข้าร่วมพัฒนาที่ดินซึ่งยังไม่มีใบอนุญาตในการก่อสร้างกับรัฐบาลสวีเดนตั้งแต่ต้น ดังกล่าว) และการกระจายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจใหม่ “เครื่องสำอางค์” ซึ่งรอความชัดเจนในการเปิดให้บริการในต้นปีหน้า

  • แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 29.60 บาท มี Catalyst ช่วงสั้นๆ กลางเดือนก.ย. 60 : จากการประเมินมูลค่าพื้นฐานอิงวิธี PEG ที่ 1 เท่า ด้วยสมมติฐาน Dilution effect จาก TAPAC-W3 แบบเส้นตรง (ทยอยใช้สิทธิ์เฉลี่ยเท่ากันจน warrant หมดอายุ ที่ราคาใช้สิทธิ์ 6 บาท อัตราส่วน 1 : 1 ภายในระยะเวลา 5 ปี จำนวนคงเหลือทั้งสิ้น 127.8 ล้านหน่วย) ได้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 29.60 บาท นอกจากนี้ ในระยะสั้น TAPAC ยังมี Catalyst สะท้อนการเริ่มเติบโตก้าวกระโดดอีกครั้ง จากผลประกอบการของบริษัทงวด 3Q60 (สิ้นสุดเดือน ก.ค. 60) ซึ่งคาดจะเติบโตโดดเด่น โดยจะมีการรายงานในช่วงกลางเดือน ก.ย. 60 จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” Upside 17.3%

ปัจจัยสนับสนุน

- ทยอยโอน Backlog มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้า

- กำไร 3Q60 ที่จะรายงานกลางเดือน ก.ย. นี้ บ่งชี้จุดเริ่มต้นการรับผลบวกจาก Backlog  ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ความเสี่ยง

- การโอนทิ่ดินล่าช้ากว่าคาดและต่ำกว่าคาด

- Line Product ใหม่ ยังไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามามากนักเนื่องจากต้องรอการรับรองคุณภาพการผลิตก่อนที่จะได้รับ order ใหญ่