รองผู้ว่าฯกฟผ. เผยกรณีซื้อไฟฟ้าสตึงมนัม 10.75 บาทต่อหน่วย พ่วงรับน้ำ 300 ล้านลบ.ม. เพื่อใช้พื้นที่อีอีซี ปัดตอบรายละเอียด2บริษัทลงทุนจากไทย
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโฆษก กฟผ. ชี้แจงผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลน์ ทางสถานีวิทยุ 98.5 ต่อกรณีที่รัฐบาลไทย ผ่านคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ออกคำสั่งให้ กฟผ. ลงนามในบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลประเทศกัมพูชา ให้ซื้อไฟฟ้าจากแหล่งผลิตสตึงมนัม ประเทศกัมพูชา ในราคา 10.75 บาทต่อหน่วย ที่มีราคาสูงเกินกว่าราคาค่าเฉลี่ยไฟฟ้าที่ผลิตใช้ในประเทศไทย
โดยยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง แต่ในขั้นตอนการลงนามข้อตกลงดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นขณะนี้และไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะลงนามข้อตกลงกับผู้ลงทุนได้ในช่วงวันที่เท่าใด ทั้งนี้ กฟฝ. ฐานะผู้รับนโยบายไปปฏิบัติจำเป็นต้องดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งมีเงื่อนไขคือ ต้องเจรจาด้านเทคนิค และราคาค่าไฟฟ้า ขณะที่รายละเอียดของเอ็มโอยูนั้น กำหนดราคาที่ต้องรับซื้อ ที่ 10.75 บาทต่อหน่วยจริง และราคาดังกล่าวนั้นถือเป็นราคาที่จะได้รับไฟฟ้าและน้ำจากเขื่อนสตึงสนัม จำนวน 300 ล้านลบ.ม. ซึ่ง กพช. นั้นวางนโยบายไว้ว่าจะนำมาใช้ในพื้นที่อุตสากรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ส่วนรายละเอียดของผู้ลงทุนที่ได้รับสัมปทานสร้างโรงไฟฟ้าสตึงมนัมนั้น รองผู้ว่า กฟผ. ระบุว่าไม่ทราบว่าเป็นผู้ลงทุนจากไทยหรือไม่ ทราบแค่ว่ามี 2 บริษัทที่ร่วมพัฒนาโครงการด้วยกัน และล่าสุดทั้งทราบว่าผู้ลงทุนดังกล่าวนั้นได้บรรลุความเห็นชอบจากรัฐบาลประเทศกัมพูชาแล้ว ดังนั้นกระบวนการคือต้องเจรจาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐบาลไทยผ่านอนุกรรมการประสานงานการซื้อไฟฟ้า กระทรวงพลังงาน
รองผู้ว่า กฟฝ. กล่าวต่อว่า สำหรับดำเนินการที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของ กฟผ. หลังจากที่เจรจากันได้ ในหลักการ คือผู้ลงทุนต้องเดินสายส่งไฟฟ้ามายังชายแดนประเทศไทย จากนั้น กฟผ. จะเดินสายส่งจากชายแดนเข้าสู่ศูนย์ส่งไฟฟ้า โดยพื้นที่ของสตึงมนัมนั้นจะมีจุดชายแดนเชื่อมต่อที่จังหวัดตราด และหากเดินสายส่งไฟฟ้าจะอยู่ที่ จ.จันทบุรี หรือ จ.ระนอง โดยระยะทางไม่มาก อีกทั้งโรงไฟฟ้าสตึงมนัมนั้น เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก การผลิต 24 เมกะวัตต์ดังนั้นคาดว่าไม่ใช้เงินลงทุนสูง
ทั้งนี้ ในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหิน ที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีกระแสข่าวว่าประเทศไทยอาจรับซื้อด้วยนั้น รองผู้ว่า กฟผ. ชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ผู้ลงทุนโครงการจำนวน 2 ราย ต้องประสานมายังหน่วยงานของประเทศไทย เพราะอยู่ในขั้นตอนที่บริษัทผู้ลงทุนนำผลการศึกษาความเหมาะสมไปขอความเห็นชอบจากรัฐบาลกัมพูชา








