อสังหาฯญี่ปุ่นรุกไทยชี้ดีมานด์ที่พักอาศัยโต

อสังหาฯญี่ปุ่นรุกไทยชี้ดีมานด์ที่พักอาศัยโต

ทิศทางกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่สัญชาติ“ญี่ปุ่น”เดินหน้าจับมือร่วมทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

ปัจจุบันมีดีเวลลอปเปอร์หลายราย ที่ประกาศความร่วมมือไปแล้ว เช่น  อนันดาฯ ร่วมทุน มิตซุย ฟูโดซัง, เอพี (ไทยแลนด์) ผนึก มิตซูบิชิ เอสเตท ,เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จับมือฮันคิว, แสนสิริ กับโตคิว คอร์ปอเรชั่น

ขณะที่ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่ประกาศร่วมทุนกับ “โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์”ปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ใน 4 บริษัทย่อย เตรียมเปิดตัวพรีเซลแบรนด์“ไนท์บริดจ์” 3 โปรเจคในเดือน ก.ย.นี้

เอย์จิ คุสึคาเขะ ประธานกรรมการ บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด กล่าวว่าบริษัทวางแผนการเติบโตระยะกลางและยาว ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559-2567 ด้วยการลงทุนในต่างประเทศ ภายใต้งบลงทุน 3 แสนล้านเยน (ราว 9.06 หมื่นล้านบาท) เน้นการลงทุนในประเทศแถบเอเชียเป็นหลัก เนื่องจากเป็นตลาดที่อสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง 

ล่าสุดร่วมทุนกับออริจิ้น เพื่อลงทุนตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เพราะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางขยายตัวและมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 

"ตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การเติบโตเชิงคุณภาพ เรามีประสบการณ์ ดีไซน์ โนว์ฮาว และนวัตกรรมด้านการพัฒนาคอนโดมิเนียมในญี่ปุ่นมายาวนาน จึงเห็นโอกาสร่วมทุนกับออริจิ้นพัฒนาที่อยู่อาศัยในไทย” นายเอย์จิ กล่าว

ประเดิมลงทุนไทย3พันล้าน

ช่วง 2 ปีก่อนบริษัทเริ่มเดินหน้าลงทุนธุรกิจอสังหาฯในเอเชีย เริ่มที่ โฮจิมินห์ เวียดนาม, มะนิลา ฟิลิปปินส์, จีน และล่าสุด กรุงเทพฯ โดยไทยถือเป็นประเทศที่โนมูระ ใช้เงินลงทุนมากที่สุดในขณะนี้ โดยลงทุนไปแล้ว 1 หมื่นล้านเยน (ราว 3,000 ล้านบาท) และมีแผนลงทุนต่อเนื่อง

“มองว่าไทย เป็นตลาดอสังหาฯที่เติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆที่โนมูระ เข้าไปลงทุนในขณะนี้”

นอกจากการลงทุนในตลาดที่อยู่อาศัยร่วมกับออริจิ้น  บริษัทยังศึกษาการลงทุนอื่นๆ ครบวงจร ทั้งอาคารสำนักงาน เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โรงแรม

ปัจจุบันโนมูระ มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว 2.ธุรกิจจัดหาสำนักงานให้เช่า 3.ธุรกิจค้าปลีก 4.ธุรกิจโลจิสติกส์ และ 5.ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น การขาย การซื้อ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ 

ญี่ปุ่นหาโอกาสโตนอกบ้าน

ชิเงยูกิ ยามาโมโตะ ผู้อำนวยการและกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโส บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด กล่าวว่าโนมูระเป็นผู้ประกอบการอสังหาฯใจกลางโตเกียวที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 8-10% ปัจจุบันการขยายธุรกิจอสังหาฯในเมืองทำได้ลำบาก จากพื้นที่จำกัด อีกทั้งปัจจุบันญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมสูงวัย และอัตราการเกิดต่ำ ทำให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง

ดังนั้นผู้ประกอบการอสังหาฯในญี่ปุ่นจึงต้องมองหาโอกาสเติบโตนอกบ้าน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ที่ตลาดอสังหาฯ ยังเติบโต ทำให้ผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้จุดเด่นโนว์ฮาวของแต่ละรายเข้ามาขยายตลาด

สำหรับโครงการคอนโดที่โนมูระ ร่วมทุนพัฒนากับออริจิ้น ใช้แนวคิด  Luxmore  ที่มาจากคำว่า Lux คือ Luxury หรือหรูหรา กับคำว่า More หรือ มากขึ้นไปอีก แนวคิด Luxmore สะท้อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่หรูหราและสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกระดับ

เปิด3โปรเจคหวังยอดพรีเซล50%

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภายใต้การร่วมทุนกับโนมูระ ที่เข้ามาร่วมถือหุ้น 49% ผ่าน 4 บริษัทย่อย ในไตรมาส 3 เดือน ก.ย.นี้ เตรียมเปิดพรีเซล  3 โครงการร่วมทุน ได้แก่ ไนท์บริดจ์ ไพรม์ รัชโยธิน จำนวน 334 ยูนิต ราคา 1.3-1.4 แสนบาทตร.ม., ไนท์บริดจ์ ไพรม์ อ่อนนุช จำนวน 601 ยูนิต ราคา 1.2-1.3 แสนบาทต่อตร.ม. และไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง จำนวน 685 ยูนิต ราคา 9 หมื่นบาทต่อตร.ม. รวม 3 โครงการปีนี้จำนวน 1,620 ยูนิต และปีหน้าเตรียมเปิดตัวโครงการร่วมทุนอีก 1 โครงการ

ในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้  เตรียมจัดงาน  My Life. My Origin ที่แฟชั่น ฮอลล์ และรอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน พร้อมโครงการในทำเลใกล้รถไฟฟ้าของออริจิ้นอีกรวม 28 โครงการ พร้อมเปิดพรีเซล 3 โครงการร่วมทุนโนมูระ  คาดทำยอดพรีเซล 50%  หรือมูลค่า กว่า 4,000 ล้านบาท  จากมูลค่ารวม 8,600 ล้านบาท

“ธุรกิจอสังหาฯไทยยังมีโอกาสเติบโตทั้งดีมานด์ในประเทศ ตลาดคอนโดโตปีละ 10% รวมทั้งตลาดต่างชาติซื้อเพื่อลงทุน จากราคาต่ำกว่าในฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน  อีกทั้งให้ผลตอบแทนอัตราเช่าสูงที่ราว 5%”

ทุนญี่ปุ่นจ่อร่วมทุนอสังหาฯเพิ่ม  

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาฯ ญี่ปุ่น มองหาโอกาสขยายการลงทุนอสังหาฯ ในไทยต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมามีกลุ่มทุนรายใหญ่เข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการหลายรายแล้วก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีทุนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการอสังหาฯไทยเพิ่มขึ้นอีก 

เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นดีมานด์ไม่เติบโต จากการเข้าสู่สังคมสูงวัย อีกทั้งที่ดินในการพัฒนาอสังหาฯลดลง  ทำให้ผู้ประกอบการต้องมองหาโอกาสการลงทุนนอกบ้าน และไทยเป็นตัวเลือกที่ดี จากตลาดอสังหาฯ ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง 

“คนไทยชอบญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเข้ามาของทุนญี่ปุ่นจึงเป็นประโยชน์ ขณะที่ดีเวลลอปเปอร์ไทยจะได้ทั้งแหล่งทุนและความรู้ในการพัฒนาอสังหาฯร่วมกัน"

สำหรับเสนา ได้ร่วมทุนกับบริษัท ฮันคิว เรียลตี้ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) หนึ่งในกลุ่มบริษัท Hankyu Hanshin Holding Group ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ในญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด พัฒนาโครงการอสังหาฯเน้นพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า ปีนี้มีแผนเปิดตัว 2 โครงการมูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเทอเชนจ์ และ“นิช โมโน สุขุมวิท 70”