วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

THAI - ถือ

ขาดทุนไตรมาส 2/60 มากกว่าประมาณการ;คาดปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ

ต่ำกว่าคาด

THAI รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/60 ที่ 5,211 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY และพลิกจากกำไรสุทธิในไตรมาส 1/60 หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,431 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องบินและสินทรัพย์อื่นๆ 390 ล้านบาท, การตั้งสำรองค่าบำรุงรักษาสำหรับเครื่องบินเช่า 275 ล้านบาท, การตั้งสำรองแผนการ
เปลี่ยนแปลง 300 ล้านบาทและการลดสัดส่วนการถือหุ้นของ NOK ขาดทุนหลักจะอยู่ที่ 1,388 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น YoYและพลิกจากกำไรหลักในไตรมาส1/60 ซึ่งแย่กว่าที่เราและตลาดคาด เนื่องจากรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยและรายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วยที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายพิเศษที่สูงกว่าคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยเบื้องหลังผลการดำเนินงานหลักที่อ่อนตัว ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารลดลง (ลดลง 10% QoQ มาอยู่ที่ 5.9 ล้านคน), 2) รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง (ลดลง 11% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 2.12 บาทต่อปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร จากการแข่งขันที่รุนแรงและค่าธรรมเนียมน้ำมันที่ลดลง), 3) รายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วยอ่อน
ตัวลง (ลดลง 4%YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 8 บาทต่อ RFTK), 4) ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 19% YoY มาอยู่ที่ 67.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล), 5) ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม (เทียบกับส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 1/60) และ 6) สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.1% จาก 5.3% ในไตรมาส 2/59 และ 4.6%ในไตรมาส 1/60

แนวโน้ม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ สำหรับใน 3 ไตรมาสหน้าไปจนถึงเดือนมี.ค. 2561 ซึ่งได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การเปิดเส้นทางบินใหม่จากประเทศจีนมายังหัวเมืองรองของไทย และช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/60-1/61 จากข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้โดยสาร
ของ THAI โดยปกติจะเพิ่มขึ้นประมาณ 9% QoQ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ดังนั้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานหลักในไตรมาส 3/60 จะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ แต่ยังคงขาดทุนอยู่

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ผลประกอบการไตรมาส 2/60 ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2560 ลง 10% มาอยู่ที่ 3,848 ล้านบาท เพื่อสะท้อน 1) สมมติฐานรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยที่ลดลง 3 % มาอยู่ที่ 2.21 บาทต่อปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร และ 2) สมมติฐานรายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วยที่ลดลง 1% มาอยู่ที่ 8.08 บาทต่อ RFTK เราจึงปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 มาอยู่ที่ 18.80 บาท (จาก 20 บาท) อ้างอิงจากค่า PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 1.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของ THAI ที่ 0.9 เท่า อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งเป็นมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายในช่วงที่ปีที่บริษัทมีกำไร

คำแนะนำ

จากการคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/60 น่าจะหนุนราคาหุ้นให้ยืนอยู่ได้ ปัจจุบัน THAI ซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 1.2 เท่า ซึ่งน่าจะสะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทจะมีกำไรในปี 2560 เข้าไปในราคาหุ้นแล้ว เรายังคงคำแนะนำ ถือ ในรรดาหุ้นการขนส่งทางอากาศ เราชื่นชอบ AOT จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งกอปรกับโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไร