วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMTEL - ซื้อ

ผลประกอบการตามคาด คาดชนะงานสองโครงการใหญ่ก่อนสิ้นปี 2560

เป็นไปตามที่คาดก่อนหน้า

SAMTEL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 ที่ 60 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่ลดลง 26% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 2/60 ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาทและกำไรจากการโอนกลับสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 5 ล้านบาท กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 54 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่ลดลง 31% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักสอดคล้องกับที่เราคาดการณ์ก่อนหน้า รายได้สูงกว่าคาด 13% แต่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ซึ่งอยู่ที่ 14.9% ถือว่าต่ำกว่าที่เราคาดก่อนหน้าที่ 17.5% (และถือว่าลดลงจาก 17.6% ในไตรมาส 2/59 และ 17.8% ในไตรมาส 1/60) เนื่องจากงานโครงการที่ให้มาร์จิ้นต่ำมีสัดส่วนที่มากขึ้น และมาร์จิ้นที่ลดลงจากงานโครงการติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสาร
ล่วงหน้า (โครงการเอพีพีเอส) ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงในไตรมาสนี้

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรหลักที่ทรงตัว YoY เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง ซึ่งกลบผลกระทบของอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รายได้ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 20% QoQ จากงานโครงการที่เน้นการขายและงานโครงการที่เน้นการให้บริการซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งสองส่วน อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงานโครงการที่เน้นการขายลดลงทั้ง YoY และ QoQ (จาก 20.3% ในไตรมาส 2/59 และ 14.9% ในไตรมาส 1/60 เหลือ 13.7% ในไตรมาส 2/60) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงานโครงการที่เน้นการให้บริการทรงตัว YoY ที่ 16% (แต่ลดลง QoQ จาก 19.3% ในไตรมาส 1/60) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16% YoY และ 5% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโฆษณาที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อสนับสนุนงานด้านกีฬาและเพิ่มภาพลักษณ์ของบริษัท SAMTEL ได้เซ็นสัญญางานโครงการใหม่ในไตรมาส 2/60 มูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.04 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% YoY และ 14% QoQ ซึ่งรวมงานโครงการจัดซื้อและว่าจ้างบริการรักษาบำรุงระบบไอทีหลักของธนาคาร (core banking) และระบบงานสนับสนุนกระบวนการให้สิ้นเชื่อ (loan origination) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (มูลค่างานในส่วนของ SAMTEL อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท) มูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) อยู่ที่ 9.63 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/60 เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 4% QoQ

ภาพรวม

เราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/60 ที่ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172% YoY และ 40% QoQ เนื่องจากงานโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเซ็นสัญญาอีกจำนวน 3-3.5 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 ซึ่งจะรวมงานโครงการใหญ่เฟสสองของหน่วยงานภาครัฐมูลค่า 2.8 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญาในเดือนส.ค.นี้ มูลค่างานโครงการนี้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.6 พันล้าน
บาทไปเป็น 2.8 พันล้านบาท SAMTEL มั่นใจว่าจะชนะการประมูลงานโครงการนี้อย่างแน่นอนเนื่องจาก SAMTEL ชนะการประมูลงานโครงการนี้ในเฟสแรกไปแล้ว งานโครงการใหญ่อีกสองโครงการหลังจากนี้ได้แก่ งานโครงการของสนามบินสุวรรณภูมิเฟสสองมูลค่า 4 พันล้านบาท (ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลในเดือนส.ค. และจะรู้ผลผู้ชนะในไตรมาส 4/60) และงานโครงการคอลล์เซ็นเตอร์แห่งชาติ 191 มูลค่า 3 พันล้านบาท (ซึ่งจะต้องรออนุมัติจาก ครม.ก่อนที่จะเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 4/60 หรือภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2561) SAMTEL ได้เซ็นสัญญามูลค่างานโครงการใหม่ไปแล้วจำนวน 3.8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เราคาดว่า SAMTEL มีแนวโน้มที่จะเซ็นงานใหม่เพิ่มอีก 6 พันล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 (จากอย่างน้อยจำนวนสองในสามงานโครงการใหญ่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น) ส่งผลให้มูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาทั้งหมดในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาดสำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงานโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ เราจึงทำการปรับสมมติฐาน อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2560 ลงจาก 19.9% เหลือ 17.4% และปรับประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ลงอีก 19% (เหลือ 345 ล้านบาท) ส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราซึ่งอิงกับวิธี PEG ปรับลดลงอีก 10% (เหลือ 15.75 บาท)

คำแนะนำ

ถึงแม้ว่าเราปรับกำไรสุทธิปี 2560 ลงจากเดิม แต่เราก็ยังคงเลือก SAMTEL เป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดเป็นอันดับสองในกลุ่มไอซีทีเนื่องจากแนวโน้มของการฟื้นตัวของกำไรหลักในปี 2560 อย่างน่าประทับใจ (โดยจะพลิกกลับมาเติบโต 84% YoY) งานโครงการใหม่ของหน่วยงานภาครัฐขนาดใหญ่อีกสองโครงการจะช่วยหนุนกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จนถึงปี 2561 ให้กลับมาเติบโตแข็งแกร่ง ราคาเป้าหมายของเราคิดกลับมาเป็นอัตราส่วน PEG ที่ 0.68 ซึ่งถือว่า ยังคงน่าสนใจสำหรับการลงทุน