ก.ค.หุ้นเล็กเทรดคึก "3เค" พุ่งก่อนถูกเทคโอเวอร์
จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าในเดือนก.ค.2560 ดัชนีหุ้นไทยกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีเพิ่มขึ้นเพียง 0.54% และปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 1,585.27 จุด ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากสุดส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็กและมีปัจจัยเฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นตลาดของแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง ขณะที่มูลค่าตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป)ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 15.64 ล้านล้านบาท จากเดือนมิ.ย.2560 อยู่ที่ 15.61 ล้านล้านบาท ส่วนพีอีเรโช อยู่ที่ 16.41เท่า ใกล้เคียงกับเดือนก่อนเคยอยู่ที่ 16.32 เท่า
หุ้นที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด คือหุ้นบริษัท ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ จำกัด (มหาชน) BAT-3K โดยปรับตัวขึ้นสูงถึง 32.68%จากราคา 205 บาทเป็น 272 บาท รองลงมาเป็นหุ้นบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) PLE ปรับขึ้น 27.08% จากราคา 0.96บาทเพิ่มเป็น 1.22 บาท
หุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) DTC เพิ่มขึ้น 26.53%จากราคา 9.80 บาท เป็น 12.40 บาท หุ้นบริษัทเจมาร์ท บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน)JMART เพิ่มขึ้น24%จากราคา 12.50บาท เป็น 15.50 บาท หุ้นบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)SINGER เพิ่มขึ้น 17.80% จาก 11.80 บาทเป็น 13.90 บาท
สำหรับ หุ้นแบต3เค สามารถปรับตัวขึ้นแรงนั้น น่าจะได้รับอานิสงส์จากการที่กลุ่มตระกูลขอไพบูลย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ทำรายการขายหุ้นที่ถืออยู่ที่ทั้งหมด 43.9%ให้แก่บริษัท สยาม มากิ จำกัด ซึ่งบริษัทได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ว่า บุคคลในกลุ่มที่ขายหุ้นประกอบด้วย กวี ศรีสุวรรณ, วีรวัฒน์ วีรวรรณ และวีรวิน ขอไพบูลย์ ซึ่งได้ขายหุ้นสามัญบริษัทรวมจำนวนทั้งสิ้น 8,780,730 หุ้นให้แก่ บริษัท สยาม มากิ จำกัด ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ฮิตาชิ เคมิคอล จำกัดในราคาหุ้นละ 275 บาท มูลค่ารายการรวม 2.39 พันล้านบาท และภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว บริษัท สยาม มากิ จำกัด ถือจำนวน 43.9% ขณะที่กลุ่มครอบครัวขอไพบูลย์ดังกล่าวไม่มีหุ้นคงเหลือในบริษัท
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ากลุ่มทุนใหม่ได้มีการทำเงื่อนไขให้ กวี ,ศรีสุวรรณ ,วีรวัฒน์ ,วีรวรรณ และวีรวิน ขอไพบูลย์ อยู่ในฐานะลูกจ้างของบริษัทต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่งระหว่างการส่งมอบกิจการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ บริษัท ฮิตาชิเคมิคอล จำกัด เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม นายกวี นางศรีสุวรรณ นายวีรวัฒน์ นางสาววีรวรรณ และนายวีรวิน ขอไพบูลย์จะลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทฯ ก่อนหรือในวันที่ 30 ก.ย. 2560
นอกจากนี้ บริษัทได้แต่งตั้งให้ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในการให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ซึ่งมี บริษัท ฮิตาชิ เคมิคอล จำกัดและบริษัท สยาม มากิ จำกัด เป็นผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท
สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ราคาหุ้นปรับขึ้นสูงก่อนที่จะมีการประกาศซื้อกิจการในครั้งนี้ หากย้อนดูการเคลื่อนไหวราคาหุ้นจะพบว่าปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 โดยราคาหุ้นรับตัวขึ้นมา 18.50% จากราคา 173 บาทเป็นราคา 205 บาท จากนั้นก็ปรับตัวขึ้นมาแตะระดับสูงสุดที่ 273 บาท ในวันที่ 26ก.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะช่วงก่อนที่จะมีการทำรายการซื้อขายหุ้นเพียง 1 สัปดาห์ ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจากวันละ5พันหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนหุ้น
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่ได้อะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก่อนหน้านี้ในเดือนพ.ค.2560 บริษัทได้รายงานผลประกอบการงวดไตรมาสแรกของปีนี้ มีผลขาดทุน 12.98 ล้านบาท มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท พีอีโรโชของหุ้นอยู่ที่ 42.93 เท่า และมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 97.28 บาทต่อหุ้น ส่วนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 1.10%
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ประเมินว่า การที่ราคาหุ้นแบต3เค ปรับตัวขึ้นแรง เพราะนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไร จากราคาหุ้นในกระดานหลักมีส่วนต่างกับราคาเทนเดอร์ แม้ที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับขึ้นร้อนแรงมาก่อนหน้าแล้วคือ ปรับขึ้นในอัตรา 40% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ จะมีการนำหุ้นออกจากตลาดฯ (de-listing) หรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็ควรขายออกไป ดีกว่าถือหุ้นไว้เพราะจะอยู่นอกตลาดฯ ด้านข้อมูลคือ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายด้วยพีอีเรโช 4 ไตรมาสย้อนหลัง (Trailing P/E) ที่ 39.3 เท่าราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชี( P/BV) ที่ 2.56 เท่า ผลการดำเนินงานล่าสุดไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 13 ล้านบาท เทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท









