วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PPS - ซื้อ

คาดปี 60 กำไร+58%YoY จากงานในมือและมี Upside จากงานภาครัฐเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- PPS ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารและควบคุมโครงการก่อสร้าง : ดำเนินธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาให้บริการด้านบริหารและควบคุมโครงการก่อสร้างงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ (สนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และทางด่วนศรีรัช ฯลฯ) และเอกชน (ใบหยกทาวเวอร์ 2 Tesco Lotusสาขาต่างๆ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาต่างๆ ฯลฯ) โดยปี 59 มีสัดส่วนงานภาคเอกชน 77% ของรายได้และงานภาครัฐ 23% ของรายได้ ซึ่งปกติงานที่ปรึกษาและควบคุมงานภาครัฐมีมูลค่า 1.75% ของมูลค่างานก่อสร้าง และภาคเอกชนมีมูลค่าราว 3-5% ของมูลค่างานก่อสร้างและมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ราว 30-35% โดยในปัจจุบันได้บริหารและควบคุมโครงการไอคอนสยาม สุวรรณภูมิเฟส 2 และรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน ฯลฯ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Backlog) ราว 520 ล้านบาท (ณ วันที่ 31/12/59) ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 60 และ 61ราว 227 ล้านบาทและ 229 ล้านบาทตามลำดับ และอยู่ระหว่างการประมูลและทำสัญญาอีก 56 ล้านบาท

- มีจุดแข็งเรื่องฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ธุรกิจสร้างกำไรสม่ำเสมอ และมีโอกาสเติบโตจากงานภาครัฐ : 1)ข้อมูลปี 56-59 บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ต่ำเพียง 0.25-0.35 เท่า โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นเงินสดและลูกหนี้การค้าสัดส่วน 66-71% ของสินทรัพย์รวม 2) ดำเนินธุรกิจบริการซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนพนักงานซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ โดยจากการประเมินของฝ่ายวิจัยคาดว่าจุดคุ้มทุนของบริษัทอยู่ที่รายได้ 200 ล้านบาทที่อัตรากำไรขั้นต้น 35% ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทอยู่ในช่วง 234-307 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในช่วง 3-32 ล้านบาท และ 3) ปี 60 รายได้มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากมี Backlog แล้ว 227 ล้านบาทและมีงานภาครัฐที่จะทยอยประมูลใน 2H60 ราว 2.85 แสนล้านบาทหรือคิดเป็นมูลค่างานควบคุมโครงการราว 5 พันล้านบาท

- คาดกำไรปี 60 เติบโต 58%YoY และปี 61 เติบโต 7%YoY : บริษัทรายงานกำไร 1Q60 อยู่ที่ 14 ล้านบาท +201%YoY แต่หดตัว 13%QoQ เนื่องจากรายได้ลดลง14%QoQ หลังจากผ่านช่วงพีคของงานไปแล้ว โดยฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้ปี 60 จะเติบโต 12%YoY สู่ระดับ 343 ล้านบาทเนื่องจากมี Backlog รองรับแล้ว 66% บริษัทพร้อมเข้าร่วมประมูลเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างภาครัฐมูลค่างานราว 5 พันล้านบาทจาก รถไฟรางคู่ 1.6 พันล้านบาท รถไฟความเร็วสูงไทยจีน กรุงเทพ-โคราชมูลค่างาน 2.3 พันล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) มูลค่า 1.2 พันล้านบาทซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งงานภาครัฐเป็นงานขนาดใหญ่รับรู้รายได้ 2-4 ปี ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวในกรอบ 32.5-32.8% เนื่องจากบริษัทเน้นประมูลงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30-35% ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารคาดว่าจะทรงตัวในกรอบ 65-70 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ นอกจากนี้คาดว่าจะได้รับชำระหนี้สงสัยจะสูญที่ตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในปี 59 แล้ว 6 ล้านบาทเต็มทั้งจำนวนซึ่งรวมในประมาณการ ปี 60 แล้วเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการเพิ่มเติม โดยฝ่ายวิจัยประเมินกำไรปี 60 อยู่ที่ราว 51 ล้านบาทเติบโต 58%YoY(ยังไม่ได้รวมงานประมูลภาครัฐในประมาณการ) และประเมินกำไรปี 61 อยู่ที่ราว 54 ล้านบาทเติบโต 7%YoY

- คาดผลประกอบการ 2Q60 ทรงตัว QoQ แต่เติบโต 658%YoY : ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการใน 2Q60 อยู่ที่ราว 14 ล้านบาททรงตัวใกล้เคียงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แต่เติบโต 658% จากปีก่อนเนื่องจากการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 40% สู่ระดับ 90 ล้านบาทจากการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ 427 ล้านบาท (ต้นปี 520ล้านบาทรับรู้รายได้ใน 1Q60 แล้ว 93 ล้านบาท) นอกจากนี้ในไตรมาสนี้ไม่มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 6 ล้านบาทเหมือนในไตรมาส 2/59 โดยคาดว่าจะมีการกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญเข้ามา 1.5 ล้านบาทใน 2Q60 (คาดทั้งปีได้รับชำระหนี้คืนครบ 6 ล้านบาท) ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะทรงตัวที่ 33% และ 15 ล้านบาทตามลำดับ

- เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 2.07 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี PEG Ratio เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตจากการรับงานควบคุมการก่อสร้างของภาครัฐที่ทยอยเปิดประมูลใน 2H60 โดยคำนวณอัตราการเติบโตเฉลี่ยของปี 60-61 ได้ 30% ต่อปี และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 60 อยู่ที่ราว 0.069 ได้ราคาเหมาะสม 2.07 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมคาดหวังอัตราเงินปันผลปี 60 และ 61 ที่ 2.7% และ 2.9% ตามลำดับ

ปัจจัยเสี่ยง

1) การประมูลงานภาครัฐล่าช้า

2) การแข่งขันที่สูงอาจทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่ประเมินไว้ที่ 32.5%