บจ.ลงทุนตปท.รายได้พุ่ง ฝ่ายวิจัยตลาดประเมินอัตราเติบโตเท่าตัว เอกชนแนะภาครัฐตั้งหน่วยงานสนับสนุน
ตลาดหลักทรัพย์เปิดผลวิจัยชี้ การเติบโตรายได้จากต่างประเทศของบจ.ไทยโตกว่า 8% สูงกว่าการเติบโตกว่ารายได้ในประเทศเท่าตัว ชี้กลุ่มทรัพยากรแชมป์ลุยนอก ด้าน เอกชนหวัง ภาครัฐเปิดทางสนับสนุนการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ชี้ไทยยังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน
นางสาวปฐมาภรณ์ นิธิชัย ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าภาพรวมการเติบโตของรายได้บริษัทจดทะเบียนลงทุนต่างประเทศมีการเติบโต8 % ต่อปี ซึ่งมีการเติบโตสูงกว่ารายได้ในประเทศอยู่ที่ 3% ต่อปี โดยบริษัทกลุ่มขนาดกลางในกลุ่มเซ็ท 100 มีการลงทุนต่างประเทศมากขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีรายได้จากต่างประเทศ 198 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 47%
กลุ่มธุรกิจที่มีรายได้จากต่างประเทศมากที่สุด คือ กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ อยู่ที่50% ของทั้งหมด และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 37% ใช้วิธีเข้าซื้อกิจการ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนเอ็มเอไอส่วนใหญ่จะเข้าไปในลักษณะร่วมทุน ส่วนเม็ดเงินลงทุนที่บจ.ไทยไปลงทุนในรอบ 10 ปี (2549 - 2559 ) อยู่ที่ 1.17 ล้านล้านบาท
นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ได้เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง ซึ่งบางครั้งการลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งภาคธุรกิจต้องพิจารณาการลงทุนธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมาด้วยการลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นไปตามภาวะปกติที่ภาคธุรกิจจะเติบโตระดับหนึ่ง ต้องไปหาตลาดในต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโต
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุนต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เนื่องจากตลาดในไทยเล็กเกินไป ต้องหาโอกาสการเติบโตที่สูงขึ้น โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะมีหลายลักษณะ ทั้งการเข้าไปหาวัตถุดิบ เช่นกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ การไปหาตลาดใหม่ๆ การไปหาองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดการเติบโตและเป็นผลดีกับบริษัท
ความเสี่ยงการออกนอกประเทศนั้น มองว่า ปัจจัยหลักเทคโนโลยีที่ไม่สามารถพัฒนาได้ทัน ไม่รู้จักตลาดต่างประเทศ ไม่รู้กฎหมายที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีผู้ที่ดูแลให้คำแนะนำเอกชนที่ต้องการลงทุนต่างประเทศ ทั้งนี้ภาครัฐควรจะมีการองค์กรกลาง เพื่อช่วยให้คำปรึกษาการลงทุนต่างประเทศ รวมถึงหาสิทธิประโยชน์ให้เอกชนขนาดใหญ่ สามารถพาเอสเอ็มอีไทยไปเป็นห่วงโซ่การผลิตในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตด้วย
บริษัทมีแผนลงทุนต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 1,000 เมกะวัตต์ ภายในอีก 5 ปี โดยเปิดกว้างในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลาดในต่างประเทศให้ความสำคัญทั้งในญี่ปุ่น ลาว และ นอกจากนี้บริษัทยังเข้าลงทุนในธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ มีเป้าหมายให้บริการด้านแบตเตอรี่ในภูมิภาคอยู่ระหว่างการพูดคุยคาดว่าจะสามารถเริ่มกำลังการผลิตได้ภายในปี 2562






