วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กรุงศรี’ เล็งเปิด3กองทุน

"กรุงศรี" เล็งเปิด3กองทุน ดัน "เอยูเอ็ม" ปีนี้4.04แสนล.

บลจ.กรุงศรี โชว์ “เอยูเอ็ม” ปีนี้โตแล้ว 11% แตะ 4 แสนล้าน มั่นใจสิ้นปีอยู่ที่ 4.04 แสนล้าน เผยเตรียมออกกองทุนใหม่เพิ่ม 3 กอง ล่าสุดเปิดตัวกองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี ลงทุนตราสารหนี้ทั้งไทย-ต่างประเทศ สัดส่วน 75% พร้อมมองภาพตลาดหุ้นไทยยังเป็นเชิงบวก

นางสาวศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(เอยูเอ็ม) ของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 400,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 360,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40,000 ล้านบาท หรือ 11% โดยมั่นใจว่า สิ้นปี 2560 เอยูเอ็ม ของบริษัทจะเพิ่มแตะระดับ 404,000 ล้านบาท

สำหรับช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทมีแผนออกกองทุนต่างประเทศอีก 3 กองทุน ส่วนช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีเม็ดเงินลงทุนใหม่ไหลเข้ามาลงทุนในกองทุนทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท โดยกองทุน KFCS INCOME มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามากที่สุด

ส่วนการร่วมมือกับธนาคารกรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ในฐานะบริษัทแม่ยังคงมีความร่วมมือกันดีอย่างต่อเนื่อง ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ บริษัทขายกองทุนต่างๆผ่านช่องทางธนาคารกรุงศรีเติบโตกว่าหลัก ซึ่งเชื่อว่าในช่วงเดือนที่เหลือยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยธนาคารเข้าใจความต้องการของลูกค้าด้านลงทุน ทำให้บลจ.กรุงศรีสามารถออกผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการของลูกค้าได้ดี

ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีเปิดตัวกองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี (KFHAPPY) โดยมีนโยบายสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพทั้งในไทยและต่างประเทศ 75% และลงทุนในหุ้น รีทส์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศแบบ Invesment Grade สัดส่วนไม่เกิน 25% และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพเศรษฐกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และอัตราเงินเฟ้อที่เฉลี่ยอยู่ 2.5% ในปัจจุบัน เสนอขายวันแรกระหว่างวันที่ 18-25 ก.ค.2560 ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

นางสาวศิริพร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังมีมุมมองในเชิงบวก โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีทิศทางดีตามปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ ทั้งจากการปรับจีดีพีเพิ่มขึ้นของแบงก์ชาติ ตัวเลขการส่งออกดีขึ้น ร่วมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลต่างๆ ซึ่งปัจจัยบวกดังกล่าวหนุนให้หุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มวัสดุก่อสร้างได้รับอานิสงส์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

“คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสิ้นปีนี้ อยู่ที่ 1,650-1,700 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐในปีนี้ และจากการส่งออกของไทยในปีนี้ที่ค่อนข้างเติบโต โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีและตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าดัชนีจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงปีหลังเป็นต้นไป” นางสาวศิริพร กล่าว