วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (12 ก.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1.4 หลัง EIA คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวลดลง

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1.4 หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ปรับลดการคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ปี 2561

+ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ปี 2561 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 570,000 บาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 680,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลดการคาดการณ์ของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลง

+ แม้ว่าโรงกลั่นน้ำมันในยุโรป ปรับเพิ่มกำลังการกลั่นร้อยละ 2.5 จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 10.471 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มิ.ย. ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังยังคงปรับตัวลดลง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความต้องการใช้อาจดีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

+ หลังปิดตลาด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลง 8.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 495.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลงเพียง 2.9 ล้านบาร์เรล

-/+ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียปรับเพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 10.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการผลิตที่ตกลงกับไว้กับกลุ่มโอเปก 12,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบยังคงต่ำกว่า 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศปรับเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในอินโดนีเซียมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ขณะที่อุปทานจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นยังคงทรงตัว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความต้องการนำเข้าจากอินเดียมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากโรงกลั่นภายในประเทศจะเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติหลังปิดซ่อมบำรุงในช่วงปลายเดือน ก.ค.


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับตัวลดลง จากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลง 6.3 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 502.9 ล้านบาร์เรล

- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี  อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพียง 94 แท่นในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 แท่น

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาสามารถส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน ในขณะที่ลิเบียปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้

- ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่

                  -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

        โทร.02-797-2999