เทรนด์การท่องเที่ยวชมทัศนียภาพยามค่ำคืน หรือ “ไนท์ทัวริสซึ่ม” เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนักท่องเที่ยว
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สินค้าทางการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพยามค่ำคืนในประเทศไทยจะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีวัฒนธรรมการชมทิวทัศน์ของแสงไฟกลางคืน (YAKEI) มายาวนานและได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2533
ล่าสุด เมืองนางาซากิ ที่มีวิวกลางคืนจากยอดภูเขาติดอันดับโลก มีนโยบายส่งเสริมตลาดต่างประเทศร่วมกิจกรรมนี้มากขึ้น โดยได้จัดงาน “เจแปน ไนท์ วิว ทัวริสซึ่ม เฟสติวัล 2017 อินแบ็งคอก” ในไทย เพื่อโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวชมวิวกลางคืน สอดรับกับแผนส่งเสริมให้ตลาดไทยเดินทางไปญี่ปุ่น 1 ล้านคน ในปีนี้
“การหารือกับประธานสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเฉพาะด้าน YAKEI ของญี่ปุ่น และรองนายกเทศมนตรีเมืองนางาซากิ จึงถือโอกาสนำเสนอข้อมูลในเชิงแลกเปลี่ยนให้ญี่ปุ่นได้ทราบว่าไทยเริ่มมีการส่งเสริมท่องเที่ยวไนท์ทัวริสซึ่ม เตรียมบรรจุอยู่ในโครงการใหญ่ที่รัฐบาลเตรียมประกาศปีแห่งการท่องเที่ยวไทย 2561”
สำหรับความพร้อมด้านท่องเที่ยวชมทิวทัศน์กลางคืนของไทยปัจจุบันมีแลนด์มาร์คที่ได้ประดับไฟกลางคืนในพื้นที่กรุงเทพฯ และอยุธยาฯ รวม 35 จุด โดยกรมการท่องเที่ยวรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าราว 5 หมื่นบาทต่อเดือนเดือน แต่อุปสรรคที่ยังไม่ทำให้เกิดการกระตุ้นค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวได้เต็มที่เพราะเป็นการเที่ยวระยะสั้น ขาดแรงจูงใจทำให้เกิดการพำนักค้างคืน
ในการปรับปรุงกิจกรรม “ไนท์ทัวริสซึ่ม” ที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การประกาศ “ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย” เพื่อให้อนุมัติภายในเดือน ก.ค. นี้ จะวางรูปแบบให้ชุมชนรายรอบแหล่งประดับไฟทั้ง 35 จุด มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมเสริมให้นักท่องเที่ยวด้วย เป็นการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมรับผลประโยชน์และเป็นการกระจายรายได้มากขึ้น
โดยวางแผนดำเนินการไปแล้ว อาทิ ชุมชนรอบวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อมีการบูรณะนำนั่งร้านลงแล้วจะเข้าสู่การประดับไฟเต็มรูปแบบและให้ชุมชนจัดกิจกรรมปั่นจักรยานยามค่ำคืนเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วม
“ได้นำเสนอญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกว่าไทยก็มีแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เตรียมส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกับญี่ปุ่นมีสำนักงานส่งเสริมโดยเฉพาะ และส่วนใหญ่ทั้ง35จุดจะประดับในแหล่งโบราณสถานและสะพานข้ามแม่น้ำที่มีสถาปัตยกรรมน่าชม"
แนวทางต่อไปจะเน้นให้จุดต่างๆ ดึงดูดรายได้ด้วยการมีกิจกรรมมากขึ้น นอกจากทำงานร่วมกับชุมชนแล้วได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรมในการเปิดพิพิธภัณฑ์ช่วงกลางคืนในช่วงที่มีนักเดินทางหนาแน่น เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เปิดทำการเวลาพิเศษกลางคืนในช่วงสุดสัปดาห์ และให้บริการจองล่วงหน้า เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีแผนนำโมเดล “ไนท์ทัวริสซึ่ม” กระจายในต่างจังหวัด โดยใช้หลักการส่งเสริมผ่านการพัฒนาท่องเที่ยว 99 ชุมชนที่กระทรวงฯ ร่วมมือกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน และวิถีชีวิตชุมชนที่ตอบโจทย์และพร้อมพัฒนามากพอ เช่น จ.น่าน มีการจัดกาดมั่ว หรือ ตลาดพื้นเมืองช่วงกลางคืน และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายเป็นกิจกรรมตัวอย่างที่ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเพิ่มทั้งการใช้จ่ายและวันพักเฉลี่ยมากขึ้น
ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่าไนท์ทัวริสซึ่มจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีวันพำนักเฉลี่ยเพิ่มจาก 9 เป็น 10 วัน โดยภาคธุรกิจได้อานิสงส์จากการจองที่พักอีก 1 คืน
กอบกาญจน์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินงานเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และพะเยา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 15 ล้านคน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ จีนและสหรัฐ นอกจากจะส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแล้วจะกระตุ้นให้มีเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยวทุกเพศวัยและคนพิการ (Tourism For All) ที่มีประสิทธิภาพรองรับกลุ่มนี้อย่างน้อย 1 เส้นทาง เพราะทั้ง 5 จังหวัด มีประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงต้องการผลักดันตลาดที่สอดคล้องกับพื้นที่และทำให้เกิดการตอบสนองตลาดภายในคลัสเตอร์









