จำนวนผู้ป่วยฟื้นตัวแรง
ประเด็นการลงทุน
เราปรับคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร (จากเดิม ขาย) เนื่องจากกำไรไตรมาส 2/60 ที่คาดว่าจะแข็งแรง ทั้งนี้ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด DCF เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 4.60 บาทมาเป็น 5.40 บาท (อ้างอิงจากค่า WACC ที่ 7.1% และ terminal growth rate ที่ 2.0%) โดย RPH เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวภายใต้การวิเคราะห์ของที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาส 2/60 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ตาม (กำไรสุทธิ QoQ ของกลุ่มปรับตัวลดลง) และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/60 ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเปิดตึกโรงพยาบาลใหม่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนไตรมาส 4/60 หรือ 1/61 แม้ว่า ปัจจุบัน RPH ซื้อขายอยู่ที่ค่า PER ปี 2560 ที่ค่อนข้างสูง ที่ 46.3 เท่า
(เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 35.5 เท่า) ค่า PBV ค่อนข้างต่ำที่ 2.1 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 4.5 เท่า)
ปรับกำไรเพิ่มขึ้น
เราปรับกำไรหลักเพิ่มขึ้น 17% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 58 ล้านบาท และ 4% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 53 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยในไตรมาส 2/60 โดยเราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขั้นต้นที่ 70 bps มาอยู่ที่ 31.7% ในปี 2560 และ 10bps มาอยู่ที่ 30.9% ในปี 2561 โดยคาดการณ์สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับลด 40
bps มาอยู่ที่ 15.0% ในปี 2560 และ 10 bps มาอยู่ที่ 12.8% ในปี 2561 หากแต่เรายังคงคาดว่ากำไรหลักต่อหุ้น จะปรับตัวลดลง 40% ในปี 2560 เนื่องจากผลของจำนวนหุ้นที่มากขึ้นจาก IPO
คาดกำไร QoQ เติบโต แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น
RPH เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเราทั้งที่การเติบโของกำไรหลักเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/60 (เนื่องจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 1/60) เราคาดว่ากำไรอยู่ที่ 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 46% QoQ หนุนโดยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ (โดยจำนวนผู้ป่วยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งจำนวนผู้ป่วยในและ
ผู้ป่วยนอก) อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 100 bps YoY และ 180 bps QoQ มาอยู่ที่ 31.6% โดยความต้องการทางการแพทย์ที่ขยายตัวจะหักลบกับผลกระทบจากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 bps YoY และ 410 bps QoQ มาอยู่ที่ 14.9%
ปรับราคาขึ้นดันกำไร 3/60 โตต่อเนื่อง
เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในไตรมาส 3/60 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น อัตราการใช้บริการคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 90% (เราคาดว่าอยู่ที่ 85% ในไตรมาส 2/60) นอกจากจำนวนผู้ป่วยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว อัตราค่าบริการที่ปรับเพิ่มขึ้น 5-7% ตั้งแต่เดือน ม.ค. จะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรหลักจะ
เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายจากการเปิดตึกใหม่จะเข้ามาอย่างเร็วที่สุดในปลายปี 2560
ภายในปีหน้า RPH ทำการย้ายผู้ป่วยทั้งหมดจากตึกเดิมไปอยู่ตึกใหม่ (ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเดิม 1.6 กม.) ด้วยจำนวนเตียงผู้ป่วยใน 202 เตียง และจำนวนห้องผู้ป่วยนอก 35 ห้อง ซึ่งคิดเป็นสี่เท่าของการรองรับผู้ป่วยในปัจจุบัน ทั้งนี้การก่อสร้างเป็นไปตามแผนกำหนดการ โดยช่วงแรกจำนวนเตียงผุ้ป่วยใน 112 เตียงแรกและห้องผู้ป่วยนอก 24 ห้องคาดว่าจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 2/61 ในส่วนของตึกเก่าจะกลายเป็นศูนย์ล้างไต แม้ว่าเรามองว่าจะมีอัตราเสี่ยงต่อกำไรสุทธิจากค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นมากในไตรมาส 4/60 หรือ 1/61 แต่เรามองว่าจะเร็วเกินไปที่จะนำมาเป็นข้อกังวลในตอนนี้






