"เกาะติด" กลุ่มอุตฯหลัก คาดไตรมาส 2 "กำไรร่วง"
เข้าสู่เทศกาลคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยไตรมาส2ปี2560 ทั้งนี้กรุงเทพธุรกิจสำรวจความคิดเห็น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก หรือ เรียลเซกเตอร์ เช่น กลุ่มพลังงาน สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ ไตรมาส2กำไรจะลดลง
บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส2ปีนี้จะเห็นฐานกำไรที่ลดลงจากไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.85 แสนล้านบาท (คิดเป็น 28% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2560) เพราะเป็นช่วง Low Season ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีวันหยุดยาวหลายช่วง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เฉพาะอย่างยิ่งน้ำมัน และเหล็กปรับตัวลดลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะต้องบันทึก Stock Loss
กลุ่มที่คาดว่ากำไรเติบโตประกอบด้วย กลุ่มเกษตร-อาหาร จากการเริ่มเข้าช่วงฤดูกาลส่งออกอาหารสู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเห็นสัญญาณบวกจากราคาไก่และสุกรเฉลี่ยปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังคาดแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 จะเติบโตต่อเนื่อง และทำระดับสูงสุดของปี 2560 เนื่องจากเป็นช่วง high season ของการส่งออกอาหารสู่ต่างประเทศ กลุ่มชิ้นส่วนฯ คาดไตรมาส 2 ปีนี้จะเติบโต 13.6% จากงวดเดียวกันปีก่อน จากการเริ่มเข้าช่วงฤดูกาลส่งออกของกลุ่มชิ้นส่วนฯ หนุนคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น และจะส่งผลบวกต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ให้เพิ่มขึ้น 16% จากงวดเดียววันปีก่อน
กลุ่มที่คาดว่าชะลอตัวลง คือกลุ่มพลังงาน ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงกระทบต่อฐานรายได้ และยังทำให้เกิด Stock Loss ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีในกลุ่มพบว่า Spread ของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ปรับลดลงจาก supply ที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยปกติไตรมาสที่ 2 ถือเป็นช่วง Low season ด้วย 2 สาเหตุคือ เป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดยาวอยู่หลายช่วง และอีกประการหนึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน
กลุ่มสื่อสาร โครงสร้างกำไรหลักยังอยู่ที่ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งยังถูกกดดันต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะเห็นการกลับมาฟื้นตัวยอดรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ธุรกรรมการขายดีขึ้น เฉพาะโครงการแนวราบ ทำให้คาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของยอดโอน แต่หากเทียบกับไตรมาส 2 ปีก่อน ยังน่าจะอ่อนตัว เนื่องจากปีก่อนมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ทำให้ฐานรายได้และกำไรออกมาต่ำกว่าปกติ
บล.ทิสโก้ประเมินว่า แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยไตรมาส 2จะออกมาเป็นลบ คาดจะลดลงทั้งเทียบงวดเดียวกันปีก่อนและไตรมาส 1 ปี 2560 เนื่องจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจากโอกาสเกิดผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน-สินค้าคงคลัง นอกจากนี้ ฤดูฝนปีนี้ที่มาเร็วกว่าปกติจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่น่าจะกระทบต่อการบริโภคด้วย ประกอบกับฐานกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ค่อนข้างสูงไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ สิ้นสุดปลายเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว) กลุ่มบริการ (อาทิ หุ้นค้าปลีกและท่องเที่ยว เพราะในปีนี้ไม่มีมาตรการกิน-เที่ยวช่วงสงกรานต์เหมือนปีที่แล้ว) และกลุ่มสื่อสาร (ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนใบอนุญาต 4G ไม่สูงมากนัก) สำหรับธนาคารคาดทรงตัว โดยคาดว่าจะลดลง 12% จากงวดเดียวกันปีก่อน









