วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (30 มิ.ย.60)

รอบบ้านกดดัน

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ถูกกดดันจากหุ้นพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มถ่านหินหลัง อุปสงค์ในจีนที่อ่อนตัวลง รวมถึงโบรกต่างชาติปรับลดสมมติฐานราคาถ่านหินลง ส่งผลให้ SET ปรับตัวลงปิดลบที่ 1,578.12 จุด (-4.51 จุด) ด้วย Vol. 5.1 หมื่นลบ.โดย Foreign Net +2,959 ลบ. TFEX Net -9,312 สัญญา ส่วนตลาดตราสารหนี้ -2,312 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

- ตลาดหุ้น DJ ปรับตัวลงแรง จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งอาจมีมูลค่าสูงเกินไป และมีแนวโน้มที่จะเผชิญความผันผวนหากเศรษฐกิจชะลอตัวลง แม้ว่าตัวเลขประมาณ GDP สหรัฐ Q1/17 ครั้งที่ 3 จะสูงขึ้นเป็น 1.4%

+ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด

+ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้นสู่ 51.7 ขยายตัวเป็นเดือนที่ 11 และ PMI ภาคบริการปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.9

+/- ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นล่าสุด 45.1 US/Barrel หลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐลดลง 100,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ 9.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็น Net Buy 3 วันราว 5.7 พันลบ. และเงินบาทแข็งค่าล่าสุด 33.9 Bath/USD

+/- ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง หลัง ECB และ BOE มีแนวโน้มจะปรับลดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน (QE) รวมการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

**ติดตามการทำ Window Dressing ปิด Q2/60 และการปรับพอร์ทของกองทุนสำหรับหุ้นที่ได้คำนวณ SET 50 และ SET 100 รอบใหม่

** 5 ก.ค. การประชุมกนง. (คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.5%)

แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นไทยจะมีแรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่พลิกเป็น Net Buy 3 วันราว 5.7 พันลบ. รวมถึงความคาดหวังการทำ Window Dressing ปิด Q2/17 อย่างไรก็ตาม Sentiment เชิงลบจากภาวะตลาดรอบบ้านที่ทรุดตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐจะเป็นแรงกดดันต่อดัชนี ดังนั้นประเมินว่า SET จะย่อตัวลงไปยังแนวรับ 1,570 – 1,575 จุดก่อนจะสลับเด้งรีบาวด์ระหว่างวัน

กลยุทธ์การลงทุน รอซื้อช่วงอ่อนตัวในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก

- HFT เผยบริษัทชนะคดีฟ้องบังคับชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายสินค้ารวม 4 คดี ได้รับชำระหนี้ 173.96 ลบ.

- หุ้นที่เข้าคำนวณ SET50รอบใหม่ BJC BPP EA MTLS RATCH SCCC TISCO (มีผล 1 ก.ค. – 31 ธ.ค.2560 )

- กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS BH) และค้าปลีก (GLOBAL BJC) คาดเป็นเป้าหมายการทำ Window Dressing เนื่องจากราคา Underperform SET


หุ้นแนะนำพิเศษ

BPP (ราคาปิด 27.25 Bloomberg Consensus 26.28)

- Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 17 อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาทเติบโต 26%YoY โดยได้แรงหนุนจากโรงไฟฟ้าหงสาที่คาดว่าจะใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75-80% จากปี 16 ที่ระดับ 63% และคาดว่าโรงไฟฟ้าในจีนกำไรจะปรับตัวดีขึ้นหลังราคาถ่านหินเริ่มปรับตัวลง นอกจากนี้ผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ในจีนที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อีก 70 MW ตั้งแต่ ก.พ. ส่งผลให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 1.93 GW

- มุมมองเชิงบวกต่อการขยายกำลังการผลิตในอนาคตอีก 1.7 GW ทั้งรูปแบบ M&A และ Greenfield ในประเทศเวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย ญี่ป่น และจีนเพื่อต่อยอดการเติบโตหลังปี 2020 โดยปัจจุบันบริษัทมี D/E Ratio ต่ำเพียง 0.05 เท่าทำให้มีศักยภาพในการลงทุนอีกมาก


หุ้นมีข่าว

- CK (ราคาปิด 29.00 Bloomberg Consensus 35.77) เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมคาดมีรายได้ 3.5 หมื่นล้านบาท โชว์แบ็กล็อก1.2 แสนล้านบาท ลุ้นเซ็นงานใหม่เพิ่ม ขณะที่ไตรมาส 2/60 จ่อบุ๊คเงินปันผลบริษัทลูก 600 ล้านบาท ส่วนแพ้คดีค่าโง่ทางด่วนกับ กทพ. แจงไม่กระทบงบการเงิน เหตุบันทึกค่าเผื่อหนี้สูญเต็มจำนวนแล้ว (ที่มาข่าวหุ้น)

  ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อการได้งานประมูลของ CK ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญในการก่อสร้างทั้งทางแบบยกระดับและทางใต้ดิน นอกจากนี้กำไรยังผันผวนต่ำเนื่องจากมีการลงทุนในบริษัทลูกที่จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ และล่าสุดกระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดประมูล 12 โครงการ วงเงินกว่า 6.47 แสนล้านบาท ในครึ่งปีหลังโดยคาดว่าจะส่งรถไฟฟ้าสีม่วงใต้ 1.31 แสนล้านบาทเข้าครม.เดือนหน้า นอกจากนี้ในไตรมาส 3/60 จะมีการเปิดประมูลรถไฟรางคู่ประจวบฯ-หัวหิน และประจวบ-ชุมพร ปลาย ก.ค.และส.ค.ตามลำดับมูลค่ารวม 2.8 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อการลงทุนเพิ่มเติม

(+) ANAN (ราคาปิด 5.15 Bloomberg Consensus 5.92) ประกาศความสำเร็จจากการจัดงาน “ANANDA URBAN PULSE” เปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 21,700 ล้านบาท กวาดยอดขายได้กว่า 9,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

     ความเห็น ยอดขาย presale ดังกล่าวจะเพิ่มเติม backlog ที่แข็งแกร่ง ณ ปลายมี.ค. 60 ที่ระดับ 4.25 หมื่นล้านบาทเพื่อรอรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต ช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านรายได้ ทั้งนี้ ANAN ได้เข้าคำนวณดัชนี SET100 ในรอบครึ่งหลังปี 60 นี้ด้วย

(+) BEM (ราคาปิด 7.45 Bloomberg Consensus 8.20) การันตีผลงานเติบโตต่อเนื่อง 3 ปีข้างหน้า (2561-2563) จากการเดินรถสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หนุนจำนวนผู้โดยสารเพิ่มเป็น 5 แสนเที่ยวต่อวัน "สมบัติ กิจจาลักษณ์" แย้มผลงานไตรมาส 2/2560 โตเด่นหลังเปิดให้บริการช่วงบางซื่อ-เตาปูน ดันจำนวนผู้โดยสารเพิ่ม 10-20% มั่นใจผลงานทั้งปีดีกว่าปีก่อนแน่นอน (ที่มาทันหุ้น)

(+) EARTH กรุงไทยเปิดช่องให้ รีไฟแนนซ์หนี้เก่า หรือเพิ่มหลักประกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ยืนยันหนี้ของ “เอิร์ธ” ยังไม่เสีย ผิดนัดแค่เดือนกว่า ไม่ถึง 3 เดือน ยังมีเวลาแก้ไข ด้านประธานบอร์ด KTB ระบุไม่ได้ตัดท่อน้ำเลี้ยงลูกหนี้แต่เป็นไปตามเกณฑ์ของแบงก์ (ที่มาข่าวหุ้น)

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -167.58 จุด

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,287.03 จุด ร่วงลง 167.58 จุด หรือ -0.78% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,419.70 จุด ลดลง 20.99 จุด หรือ -0.86% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,144.35 จุด ลดลง 90.06 จุด หรือ -1.44% หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง ซึ่งได้สกัดปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ของสหรัฐที่ขยายตัวแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์

ตลาดน้ำมัน NYMEX +0.19 USD/Barrel

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 44.93 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ขานรับรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ซึ่งระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว