วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอ็กซิมแบงก์’ ปล่อยกู้ดบ.ต่ำ

‘เอ็กซิมแบงก์’ ปล่อยกู้ดบ.ต่ำ หนุนเอสเอ็มอีลุยตลาดนอก

เอ็กซิมแบงก์ ออกโปรดักส์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5% ให้วงเงินหมุนเวียน 2 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีส่งออก หลังพบสัญญาณแบงก์พาณิชย์เอกชนเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหา เผยไตรมาสแรกยอดส่งออกของเอสเอ็มอีหดตัว 13.5% สวนทางกับการส่งออกรวมของประเทศที่ขยายตัวได้ 3.1%

“พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เล่าถึงแผนดำเนินงานของธนาคารว่า ธนาคารได้เปิดให้บริการสินเชื่อใหม่ที่จะปล่อยให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ส่งออกสินค้า หลังพบสัญญาณว่า ขณะนี้ ธนาคารพาณิชย์เอกชนเริ่มมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี อาจทำให้ผู้ประกอบการดังกล่าวประสบปัญหาด้านเงินทุน

ท่ามกลางภาวะส่งออกในครึ่งปีหลังที่มีแนวโน้มดี ขณะที่ ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องกังวลทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนและยากคาดการณ์ รวมถึง กระแสกีดกันการค้าที่ยังคุกรุ่น หากพิจารณาในมิติของผู้ประกอบการ มีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของเอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญ พบว่า เอสเอ็มอี ส่วนใหญ่ยังขาดทั้งอาวุธและเกราะกำบังในการรุกตลาดต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เอสเอ็มอี มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเป็นลำดับ

สะท้อนได้จาก สัดส่วนจีดีพี ของเอสเอ็มอีที่ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 38% ต่อ จีดีพีในปี 2550 มาอยู่ที่ระดับกว่า 41% ในปัจจุบัน อีกทั้ง เอสเอ็มอียังถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่จ้างแรงงานมากถึง 80% ของการจ้างงานทั้งประเทศ เท่ากับว่า เอสเอ็มอี เป็นแหล่งที่ช่วยทำให้การกระจายตัวของรายได้ของประเทศดีขึ้น

ทั้งนี้ จีดีพีของเอสเอ็มอีขยายตัว สูงกว่าจีพีดีรวมของประเทศ สะท้อนได้ว่า เอสเอ็มอีมีศักยภาพในการเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มีเอสเอ็มอี เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่กล้าออกไปต่างประเทศ สะท้อนได้จากมูลค่าส่งออกของเอสเอ็มอีที่คิดเป็นเพียง 27% ของมูลค่าส่งออกของประเทศเท่านั้น ขณะเดียวกัน เอสเอ็มอี ยังอ่อนไหวต่อปัจจัยความไม่แน่นอนมากกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ สะท้อนได้จากมูลค่าส่งออกของเอสเอ็มอีไตรมาส 1 ปี 2560 ที่หดตัว 13.5% สวนทางกับการส่งออกรวมของประเทศในเทอมบาทที่ขยายตัวได้ 3.1%

“ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น มีนัยที่น่าสนใจว่า ทำไมเอสเอ็มอีไทยจึงเก่งเฉพาะในประเทศ ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับข้อจำกัดใด จึงยังมีส่วนในการขับเคลื่อนการส่งออกได้ไม่มากในปัจจุบัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เผชิญอยู่หลักๆ คือ ปัญหาขาดสภาพคล่อง การเผชิญกับเงื่อนไขการกู้เงินที่เข้มงวด และมีความกังวลถึงความเสี่ยงในการส่งออก”

ดังนั้น ธนาคารในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้พยายามผลักดันให้เอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพขยายตลาดและกระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศมากขึ้น ด้วยการออกบริการใหม่ สินเชื่อส่งออกทันใจทวีค่า เพื่อหวังจะติดทั้งอาวุธและให้เกราะกำบังในการรุกตลาดต่างประเทศ เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต่อไป

ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวนั้น ธนาคารได้ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยให้สินเชื่อหมุนเวียนในช่วงก่อนและหลังการส่งออก วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปีในปีแรก ให้วงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า มูลค่าเทียบเท่าวงเงินสินเชื่อ ซึ่งผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่ต้องการเริ่มต้นส่งออกสามารถสมัครขอรับบริการได้โดยใช้ บสย. ค้ำประกัน ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

“สินเชื่อดังกล่าวถือเป็นหนึ่งนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุน เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศที่มีจำนวนกว่า 2.7 ล้านราย โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเป็นผู้ส่งออก เอสเอ็มอี จำนวนกว่า 25,000 ราย คาดว่า จะมีเอสเอ็มอีที่สนใจจะมาใช้บริการสินเชื่อนี้ประมาณ 100-150 ราย มีวงเงินสินเชื่อประมาณ 300 ล้านบาท มีกำหนดขอสินเชื่อถึงเดือนมี.ค. 2561”

แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากโอกาสทางธุรกิจเศรษฐกิจโลกและการค้าโลกฟื้นตัวดีขึ้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2560 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปีอยู่ที่ 3.5% และปริมาณการค้าโลกในปีนี้จะขยายตัว 3.8% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่การค้าโลกจะกลับมาขยายตัวสูงกว่าจีดีพีโลก ส่วนราคาน้ำมันฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันของไทยซึ่งมีสัดส่วนรวมกันกว่า 13% ของมูลค่าส่งออกรวม

ทั้งนี้การส่งออกบริการช่วยกรุยทางให้โอกาสในการส่งออกสินค้าเปิดกว้างขึ้น โดยพบว่าการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่นำมาผลิตเพื่อส่งออกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหดตัว 3 ปีติดต่อกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและการส่งออกในระยะถัดไปมีแนวโน้มฟื้นตัว หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าในปีนี้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี

สำหรับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในช่วงครึ่งปีหลัง มีโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 ขยายตัวได้ราว 3.5% สูงสุดในรอบ 5 ปี โดยได้อานิสงส์จากปัจจัยเกื้อหนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน