หุ้น "กลุ่มปูนซีเมนต์" ร่วง ต่างชาติ "โยก" ซื้อไอพีโอมาเลย์
วานนี้ (7 มิ.ย.) ราคาหุ้นธุรกิจปูนซีเมนต์ปรับตัวลดลงแรง ทั้งหุ้นปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) SCC และหุ้นปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) SCCC
หากพิจารณาย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีพบว่า หุ้นปูนซิเมนต์ไทยเพิ่มขึ้น 5.24% จากราคา 496 บาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 522 บาท ล่าสุดปิดตลาดที่ราคา ... บาทลดลง ..% เช่นเดียวกับหุ้นปูนซีเมนต์นครหลวง ราคาปรับเพิ่มขึ้น 12.87% จากราคา 272 บาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 307 บาท ล่าสุดปิดตลาดที่ราคา .. บาทลดลง ..%
นอกจากนี้จะพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2560 มีการทำรายการซื้อขายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ทยอยออกมา โดยหุ้นปูนซิเมนต์ไทย มีรายการ 7.96 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 4.17 พันล้านบาทราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 524.22 บาทต่อหุ้น ส่วนหุ้นปูนซีเมนต์นครหลวง มีรายการรวม 4 พันหุ้น มูลค่า 1.21 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 301.50 บาท ล่าสุดวานนี้ มีการทำรายการอีก 0.98 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 303 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยบล.หยวนต้า ระบุว่า การที่หุ้นปูนซิเมนต์ไทยปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบของบริษัท Lotte Chemical มีแผนเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ที่ตลาดหุ้นมาเลเซีย โดยขนาดระดมทุนประมาณ 47,000 ล้านบาท และราคาไอพีโอ คิดเป็น EV/EBITDA ราว 6 เท่า มี Discount จากหุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ค่อนข้างมาก จึงคาดว่าจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของเงินทุนต่างชาติเพื่อ Switching ไปซื้อหุ้นไอพีโอของ Lotte Chemical
หากพิจารณาคำแนะนำการลงทุนหุ้นปูนซิเมนต์ไทยของนักวิเคราะห์ พบว่ายังคงแนะนำให้ซื้อ แม้ว่าผลประกอบการไตรมาสแรกจะทำสถิติสูงสุดไปแล้ว เนื่องจากมองแนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในทิศทางที่ดีและจะสามารถสนับสนุนผลประกอบการ ขณะที่หุ้นปูนซีเมนต์นครหลวงยังแนะนำให้ถือหรือซื้อ เพราะมีปัจจัยสนับสนุนโดยเฉพาะ การเข้าซื้อโรงปูนซีเมนต์การซื้อบริษัทในศรีลังกาและเวียดนามทำให้ SCCC กลายเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ระดับภูมิภาค และยังทำให้บริษัทเปลี่ยนภาพจากการเป็นหุ้นปันผลที่มีการเติบโตต่ำ เป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงพ่วงด้วยผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าจูงใจ
บล.บัวหลวง ระบุว่าการที่กำไรไตรมาส 1 ปี 2560 ทำจุดสูงสุดใหม่ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2560 ขึ้น 7% เป็น 6.06 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนกำไรพิเศษและค่าเสื่อมราคาที่ลดลง (เนื่องจากมีการขยายอายุสินทรัพย์) ทั้งนี้ปัจจุบันหุ้นปูนซิเมนต์ไทยซื้อขายในราคาที่ค่อนข้างถูก โดยมีพีอีเรโชปี 2560 10.9 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.6 เท่า) และบริษัทยังจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น่าดึงดูดที่ 3.8%
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่าปูนซิเมนต์นครหลวงจะได้ประโยชน์จากตลาดในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวครึ่งปีหลัง ส่วนตลาดในภูมิภาคอย่างประเทศบังกลาเทศ ศรีลังกา และ เวียดนาม ยังคงสามารถเติบโตในอัตราที่สูงต่อเนื่องตลอดปีนี้ นอกจากนี้ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างค่าใช้จ่าย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้สามารถคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม การเพิ่มทุนทำให้ได้เงิน 1.7 หมื่นล้านบาท จะช่วยลดภาระหนี้เงินกู้ลง คาดจะทำให้กำไรในช่วงที่เหลือของปีปรับตัวดีขึ้น ประเมินยอดขายในปีนี้เท่ากับ 44,520 ล้านบาท เติบโต 30% และ คาดจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 4,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%








