วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เมก้าไลฟ์’ ขยายต่างประเทศ

"เมก้าไลฟ์" ขยายต่างประเทศ ศึกษาซื้อธุรกิจยาในฟิลิปปินส์-อินโดฯ จ่อโรดโชว์สถาบันนอก อวดเป้ารายได้โต10%

 

เมเก้าไลฟ์ไซแอ็นซ์ คงเป้าหมายรายได้ปีนี้โต 5-10% ตามแผน พร้อมเดินหน้าออกสินค้าใหม่เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมศึกษาแผนซื้อกิจการธุรกิจยาในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียหวังต่อยอดธุรกิจในอนาคต 

นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) MEGA ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภค กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้เติบโต 5-10% จากปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ที่ 8,842.40 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปีนี้น่าจะเติบโตราว 5-10% เช่นกัน จากปีก่อนอยู่ที่ 794.91 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 80%

บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ราว 5-10 รายการ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ออกไปแล้วจำนวน 4-5 รายการ ซึ่งสินค้าก็เริ่มติดตลาดมากขึ้น ขณะที่บริษัทมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในทวีปแอฟริกา โดยจะเน้นเจาะตลาดแอฟริกาตะวันออก และตะวันตก จากปัจจุบันมีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศหลักๆ ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างคลังสินค้าที่ประเทศเมียนมา มูลค่าลงทุนราว 540 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างราว 1 ปี เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าในประเทศดังกล่าวต่อไป ขณะเดียวกัน เตรียมดำเนินการสร้างคลังสินค้าในประเทศไทย คาดใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้เข้าซื้อที่ดินติดกับโรงงานของบริษัทแล้ว ซึ่งน่าจะสามารถก่อสร้างได้เร็วๆ นี้

สำหรับศูนย์ดูแลรักษาสุภาพ (Wellness Care) ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว โดยภายใน 1-2 ปีนี้ จะเป็นช่วงของการทำความเข้าใจกับผู้บริโภค และในปี 2562 บริษัทจะเริ่มพิจารณาถึงรายได้ที่จะเกิดขึ้น ส่วนการร่วมทุนกับบริษัท มาลี กรุ๊ป (MALEE) จัดตั้งบริษัท เมก้า มาลี จำกัด ซึ่ง MEGA ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและวิจัยสินค้า คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2560 โดย MALEE จะทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าออกมาขายและจำหน่าย

เขากล่าวเพิ่มว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อลงทุนเข้าซื้อกิจการในธุรกิจยา ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่จะเข้ามาต่อยอดการเติบโตในอนาคต โดยมีความสนใจในประเทศฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ 

“ยังมองหาโอกาสในการซื้อกิจการต่อเนื่อง โดยเน้นในประเทศที่บริษัทมีทีมงานอยู่ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ในลักษณะซื้อแบรนด์สินค้า ซื้อเครื่องหมายการค้า เพื่อหนุนให้ธุรกิจของบริษัทมีการเติบโตมากขึ้น”

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) แก่นักลงทุนต่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะโรดโชว์ 4 ครั้ง ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ และ สหรัฐ เพื่ออัพเดทข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ