3บจ. "ผู้ถือหุ้นใหญ่" เปลี่ยนมือ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ สำรวจในเดือนพ.ค.2560 มีบริษัทจดทะเบียนได้ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) NOK บริษัท เวนเจอร์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)VI และล่าสุด บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) AH อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้ง 3 บริษัทไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน
ทั้งนี้ บริษัท สายการบินนกแอร์ แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท ณ วันที่ 29 พ.ค. 2560 ภายหลังจากที่มีการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตาม Rights Offering โดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ถือหุ้น 245 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 21.57% รองลงมา นายทวีฉัตร จุฬางกูร ถือหุ้น 177.651 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 15.64% นายณัฐพล จุฬางกูร ถือหุ้น จำนวน 151 ล้านหุ้น คิดเป็น 13.29% แต่หากการถือหุ้น กลุ่มตระกูลจุฬางกูร จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 โดยถือหุ้นรวมกัน 28.93%
บริษัท เวนเจอร์ อินคอร์ปอเรชัน จํากัด (มหาชน)VI แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่โดยโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทภายหลังทํารายการมี สว่างจิต ถาวงศ์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ ถือหุ้น 94.50 ล้านหุ้น คิดเป็น 15.18%ได้แจ้งต่อบริษัทถึงความประสงค์ในเข้ามาลงทุนโดยการถือหลักทรัพย์เท่านั้น โดยพร้อมที่สนับสนุนนโยบายและกิจการธุรกิจบริหารหนี้และการให้บริการติดตามหนี้ต่อไป อีกทั้งไม่ประสงค์เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของบริษัท
ล่าสุดวานนี้(5มิ.ย.2560) บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) AH แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดย เย็บ ซิน หรู และนางสาว เย็บ ซิน หยี ทำบันทึกข้อตกลง ซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท ที่ บริษัท โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ถือครองทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่กระทบต่อธุรกิจหลัก หรือโครงสร้างการบริหารจัดการ และไม่เข้าข่ายทำเทนเดอร์ สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 16 มี.ค.60 SOJITZ AUTOMOTIVE INVESTMEN ถือหุ้น AH จำนวน 24.9 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.72% และ SAIT CO.,LTD. ถือหุ้น จำนวน 25.9 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.04%
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นของแต่ละบริษัทหลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่นั้น แต่ละบริษัทจะมีทิศทางที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและพื้นฐานของบริษัทมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ หุ้นสายการบินนกแอร์ เป็นหุ้นที่มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเดือนพ.ค.หุ้นปรับลดลง 6.85%เนื่องจากได้รับผลกระทบจากจำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่เข้าซื้อขาย และความไม่แน่นอนของหุ้นที่เหลือจากการเพิ่มทุนจะจัดสรรให้กับกลุ่มใด ขณะที่หุ้นอาปิโก้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดิมได้ซื้อหุ้นจากพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อรวบหุ้นให้เป็นก้อนเดียว
นักลงทุนอาจคาดหวังว่าจะมีดีลใหญ่ที่มีอนาคต ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์พร้อมใจกันปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น จากเหตุผลของการปรับเพิ่มประมาณการจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดจากบริษัทย่อย (จากดีลเลอร์ของฮอนด้าและฮุนไดในมาเลเซียและไทย) และผลการลงทุนใหม่ในบริษัท Sakthi Global Auto Holding โดยการซื้อหุ้น 25.1% (SGAH, บริษัทผลิตชิ้นส่วนเหล็กเชื่อมเพลาล้อรถยนต์ (Knukle) ในอินเดีย)









