ธอส.รับ "สินเชื่อ 5 เดือน" ต่ำเป้า เตรียมขยายวงเงินสินเชื่อโครงการเดิม-ใหม่ชูดอกเบี้ยต่ำกว่า 4% ดึงยอดปล่อยกู้
ธอส.เผยสินเชื่อ 5 เดือนแรกยังห่างเป้า ปล่อยได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทั้งปีวางเป้าหมายที่ 1.7 แสนล้านบาท ระบุลูกค้ารอมาตรการหนุนสินเชื่อจากธนาคารและภาครัฐ เป็นเหตุให้ชะลอการตัดใจ หวัง2 เดือนนับจากนี้ยอดสินเชื่อเพิ่ม 1.7-1.8 หมื่นล้านบาทต่อเดือน โดยเร่งสินเชื่อโครงการเก่าและใหม่ดอกเบี้ยต่ำกว่า 4%ต่อปี ส่วนหนี้เสียทั้งปี 4%
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ยอดปล่อยสินเชื่อในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่มาก โดยปล่อยได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ เป้าสินเชื่อทั้งปี 1.7 แสนล้านบาท ทำให้ต้องเร่งปรับแผน เพื่อดึงให้สินเชื่อกลับมาอยู่ในระดับปกติ โดยจะพยายามให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้ในระดับ 1.7-1.8 หมื่นล้านบาทในระยะ 1-2 เดือนนี้ หากทำไม่ได้ ก็ประเมินว่าสินเชื่อทั้งปีจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้สินเชื่อชะลอตัว คือ ลูกค้าอาจจะอยู่ระหว่างการตัดสิน โดยหวังว่า ธนาคารหรือรัฐบาลอาจจะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี มักจะเป็นช่วงที่ลูกค้าชะลอการขอสินเชื่อ แต่หลังจากนี้ ยอดการขอสินเชื่อจะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี หากพิจารณายอดสินเชื่อดังกล่าว จะพบว่า เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2558 แต่หากเทียบกับปี 2559 จะพบว่า ยอดสินเชื่อขยายตัวสูงกว่านี้มาก ดังนั้น เมื่อเทียบยอดสินเชื่อในปี 2559 จะถือว่า ขยายตัวต่ำ เป็นเพราะในปี 2559 ธนาคารและรัฐเองได้ออกมาตรการกระตุ้นสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้ยอดสินเชื่อพุ่งจากระดับปกติกว่า 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับแผนการดึงยอดสินเชื่อ ธนาคารเตรียมขยายวงเงินสินเชื่อโครงการบ้านสานรักอีก 1 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการสินเชื่อที่ได้รับความนิยมสูง โดยเริ่มแรกเปิดวงเงินที่ 8 พันล้านบาท ต่อมา เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 2.8 หมื่นล้านบาท ล่าสุดการปล่อยสินเชื่อเต็มวงเงินแล้ว จึงมีแผนจะเปิดวงเงินเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 3.8 หมื่นล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวให้วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท และ ได้เพิ่มความสามารถในการกู้บ้านของผู้กู้ได้มากขึ้น คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 3.3%ต่อ 3 ปี
นอกจากนี้ ยังเตรียมออกโครงการสินเชื่อFor Homeสำหรับเพื่อผู้มีรายได้น้อยวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.43% ในระยะ 3 ปีจะเริ่มเปิดตัวได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้กู้เดิมสามารถกู้เพิ่มเพื่อไปซ่อมแซมบ้านหรือเกี่ยวเนื่องกับบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่จะสูงกว่า โครงการสินเชื่อ For Home โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เกิน 4% ต่อปี
ส่วนหนี้เสียของธนาคารนั้น ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 5.3%จากยอดสินเชื่อคงค้าง 9.4 แสนล้านบาท โดยในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ระดับหนี้เสียได้เพิ่มขึ้นมา 354 ล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า แต่เป็นอัตราเพิ่มขึ้นที่ลดลง จากปกติในช่วงนี้ อัตราหนี้เสียต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นราว 800-900 ล้านบาท เนื่องจาก เป็นช่วงที่กำลังเปิดเทอม ทำให้ลูกหนี้สินเชื่อมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น
“ตลอดทั้งปี เราตั้งเป้าจะคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับ 4%โดยส่วนสำคัญน่าจะเป็นผลจากการตัดขายหนี้เสีย 9.2 พันล้านบาท ทำให้หนี้เสียลดลงราว 0.9%และ จะพยายามบริหารจัดการให้หนี้เสียลดลงด้วยตัวเองอีก แต่เท่าที่ดูตัวเลขหนี้เสียในเดือนพ.ค.ก็ยังพบว่า มีอัตราเพิ่มจากเดือนเม.ย.โดยน่าจะเพิ่มมาอยู่ในระดับ 500 ล้านบาทบวกลบ”
เขายังกล่าวถึงแผนTransformation to Digital Serviceหรือการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเงินและช่องทางการให้บริการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคไทยแลนด์4.0 ว่า ขณะนี้ ธนาคารได้เปิดตัวเครื่องชำระหนี้เงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ หรือLRMมาเริ่มให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกนำร่องจำนวน 10 เครื่อง ตลอดทั้งปีนี้ จะติดตั้งให้ได้ 40 เครื่อง







