More room to run
ประเด็นการลงทุน
เรามั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งจากการเติบโตทั้งแบบ Organic และ Inorganic คาดจะหนุนให้กำไรเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และเรายังคงคาดการณ์กำไรปีนี้เติบโต 46% โดยบริษัทยังเน้นกลยุทธ์การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเต็มที่ แต่ให้มีการใช้เงินลงทุนที่น้อย และพัฒนาโอกาสในการลงทุนใหม่เพิ่มเติม
เช่น (1) การบุกตลาด smartphone (แบรนด์อื่นที่ไม่ใช่ iPhone) ซึ่งช่วยเสริมธุรกิจซิมการ์ดด้วย (2) การเพิ่มจุดขายผ่านการบริหารพื้นที่ขายสินค้า IT ใน เทสโก้ โลตัส เริ่มต้นที่ 28 สาขา เดือนนี้ ก่อนจะขยายเพิ่มเป็น 50 สาขาภายในสิ้นปี (3) การเสริมทัพใหม่สร้างรายได้ผ่านธุรกิจ แบบ Commercial มากขึ้น เช่น การให้บริการ Leasing กับลูกค้าองค์กร
Organic growth แข็งแกร่ง
บริษัทมีการเติบโตแบบ Organic growth ที่แข็งแกร่ง คาดจะมีโมเมนตั้มยอดขายสาขาเดิม (SSS) ในระดับเกิน 10% ได้ในปีนี้ จากกลยุทธ์การบุกตลาด smartphone (แบรนด์อื่นที่ไม่ใช่ iPhone) ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่มากราว 7 หมื่นล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดที่ยังคงน้อยอยู่ราว 3% (ราว 2 พันล้านบาท ในปี 2016) คาดปีนี้จะเห็นการเติบโตสูง ดังที่ได้เห็นแล้วใน 1Q17 ว่ามีการเติบโตราว 30% จากการเริ่มทำแบรนด์ OPPO VIVO HUAWEI ซึ่งยังช่วยให้บริษัทสามารถเปิดซิมการ์ดเพิ่มได้อีกด้วย ซึ่งใน 1Q17 มียอดเปิดซิมราว 47,000 ซิม และคาดทั้งปีจะสูงถึง 180,000 ซิม (เพิ่มขึ้น 40%YoY)
สร้างโอกาสเพิ่มยอดขาย ด้วยการปิดจุดอ่อนในการปิดการขาย
“ระบบการค้าออนไลน์” และระบบบริหารสินค้าคงคลัง ที่พัฒนาขึ้นเองจะช่วยเพิ่ม โอกาสในการขายให้มากขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทยังมีความสูญเสียโอกาสในการขายจากสินค้าขาดสต๊อกที่หน้าร้าน (แต่มีอยู่ในคลังสินค้า) อยู่ที่ประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท และบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายจากการตัดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าตามอายุอีกราว 80 ล้านบาท ซึ่ง “ระบบปฎิบัติ
การนี้” จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าขาดสต๊อกหน้าร้าน ด้วยการสั่งผ่านออนไลน์ด้วยระบบนี้ได้ทันที และจัดส่งใน 3 ชั่วโมง ซึ่งการปิดจุดอ่อนตรงนี้ คาดจะเพิ่มรายได้และกำไรที่สูญเสียไปได้ และเริ่มใช้แล้วปีนี้
Inorganic growth โมเดลเร่งการเติบโตแบบปิดความเสี่ยง
บริษัทได้เข้าไปบริหารพื้นที่ IT ใน เทสโก้ โลตัส โดยเริ่มต้นที่ 28 สาขาเดือนนี้ ก่อนจะขยายเพิ่มเป็น 50 สาขาภายในสิ้นปี ส่งผลให้บริษัทมีสาขารวมๆราว 500 สาขา (รวม TRUE Shop) โดยการเข้าไปในเทสโก้ เป็นเดลที่ใช้เงินลงทุนต่ำ ไม่ต้องตกแต่งร้าน ไม่มีค่าเช่าคงที่ (จ่ายเป็นส่วนแบ่งรายได้) นอกจากบริษัทฯจะขายสินค้าได้เพิ่ม ยังเพิ่มโอกาสใน
การขายซิม TRUE อีกด้วย อนึ่งการยุติธุรกิจบานาน่าชัวร์ เนื่องจากไม่เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ดีการยุติครั้งนี้ไม่ได้สร้างผลขาดทุน ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นข้อดีของโมเดลธุรกิจที่ปิดความเสี่ยงด้านล่างของผู้บริหาร
ด้าน Banana Business สำหรับลูกค้าองค์กร สถานศึกษา มหาวิทยาลัย (ตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 800 ล้านบาท) หลังบริษัทฯ Acquired ทีมบริหาร U-Store และสาขาเข้ามา เราเชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า Apple ใน U-Store ซึ่งอยู่มหาลัยฯชั้นนำอีกหลายแห่งด้วย และยังมีการขายในลักษณะ solution ให้กับลูกค้าองค์กร ในรูปแบบการทำ leasing ซึ่งเรามองว่ามีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต






