ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย จากปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 พ.ค. 60 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 882,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวลดลง 2.4 ล้านบาร์เรล และรายงานปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล โดยสวนทางกับคาดการณ์ที่มองว่าจะปรับลด 1.1 ล้านบาร์เรล
+ ราคาน้ำมันดิบยังมีแรงหนุนจากประเทศในกลุ่มโอเปค นำโดยประเทศคูเวต อิรัก อิหร่านและเวเนซุเอลาที่แสดงความเห็นชอบกับการต่อระยะเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ โดยตัวแทนจากประเทศคูเวต อิหร่านและเวเนซุเอลาได้กล่าวให้การสนับสนุนต่อข้อเสนอของประเทศซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย เรื่องการขยายระยะเวลาการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบออกไปถึงเดือน มี.ค. 61
+ นาย Alexander Novak รัฐมนตรีพลังงานของประเทศรัสเซียเผยว่า จุดประสงค์หลักของข้อเสนอในการต่อระยะเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปถึงเดือน มี.ค. 61 คือ การลดอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกิน ให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกลดลงมาอยู่ในระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี เพื่อรักษาสมดุลของตลาด
+ นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ให้ความเห็นว่าตลาดน้ำมันกำลังกลับสู่ภาวะสมดุล แม้ผลจากข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะยังไม่เห็นชัดเจนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังก็ตาม
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดถูกกดดันจากอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคที่มีมาก รวมถึงการส่งออกจากประเทศเกาหลีใต้ที่ยังอยู่ในระดับสูง ในขณะที่อุปสงค์ค่อนข้างซบเซาแม้จะเป็นช่วงกักตุนสินค้าก่อนเทศกาลถือศีลอดก็ตาม
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง จากการที่โรงกลั่นกลับมาดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังมีแรงหนุนจากอุปสงค์ของประเทศเวียดนาม
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มเป็นไปได้มากขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคหลายประเทศ รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย อิรัก และแอลจีเรียสนับสนุนให้มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 นอกจากนี้ ข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เริ่มเห็นผล หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือนเม.ย. ปรับลดลง 1.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 23.93 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังอัตราการกลั่นยังคงทรงตัวในระดับสูง เพื่อรองรับความต้องการใช้ในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 5.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 522.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
- ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการเปิดดำเนินการของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel กำลังการผลิตรวมกันราว 420,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้กำลังการผลิตล่าสุดของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 และสูงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาราว 30,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากสถานการณ์ภายในประเทศสงบลง
-----------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









