หุ้นใหญ่ “เอิร์ธ” รับถูกฟอร์ซเซล นำหุ้นไปค้ำประกันกู้เงินทำธุรกิจส่วนตัว
เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ขอปิดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น เช็คสัดส่วนถือครองหลังโดนบังคับขายลุกลาม เชื่อหุ้นใหญ่ถือครองเกิน 30% รับเอาหุ้นไปค้ำประกันกู้เงินทำธุรกิจส่วนตัว ด้านผลประกอบการติดลบ จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนชี้แค่ตัวเลขบัญชี
นายขจรพงศ์ คำดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) EARTH กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทจะปิดสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นภายใน 1-2 วัน เพื่อตรวจสอบจำนวนของกลุ่มหุ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ หลังเกิดเหตุการณ์บังคับขายหุ้น (ฟอร์ซเซล) จนทำให้ราคาหุ้นร่วงแรงกว่า 60%
“บริษัทจะเร่งปิดสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นในอีก 1-2 วันข้างหน้าเพื่อตรวจสอบว่า สัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก่อนหน้าการเกิดเหตุการณ์บังคับขายหุ้น กลุ่มเรามีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 45 % แต่ปัจจุบันคาดว่าจะปรับลงมาอยู่ที่ 30%“
แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่จะปรับลดลงมา แต่บริษัทยังมั่นใจว่าสัดส่วนของหุ้นมากกว่า 50% เพราะบริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจ ยังถืออยู่สัดส่วน 20% ทั้งนี้สาเหตุที่ราคาหุ้นร่วงแรง มองว่าเกิดจาก บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศประเมินธุรกิจถ่านหินนั้น แนวโน้มยังไม่ดี ทำให้เกิดแรงขายนักลงทุนต่างประเทศ จนส่งผลกระทบกับราคาหุ้นและลุกลามไปถึงการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส)ทำให้เกิดบังคับขายหุ้นออกมา และส่งผลกระทบกับผู้ถือหุ้นใหญ่นำหุ้นเอิร์ธไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในบัญชีมาร์จิน เมื่อราคาหุ้นลดลง จึงถูกบังคับขายเช่นกัน
ทั้งนี้กลุ่มผู้บริหารยอมรับว่า ได้นำหุ้นของบริษัทไปใช้ค้ำประกันใน 2 ส่วน ประกอบด้วยในส่วนแรกนำไปค้ำประกันกับสถาบันการเงิน เพื่อให้บริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นโดยในหุ้นดังกล่าวไม่ได้ถูกบังคับขายออกมา และอีกส่วนมูลค่าประมาณกว่า 1 พันล้านบาทกลุ่มผู้บริหารนำไปวางไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเป็นหุ้นที่ถูกบังคับขายหุ้นออกมาในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานบริษัทยังมีทิศทางที่ดี แม้ว่าจะเกิดขาดทุน 431.40 ล้านบาท ในงวดไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งเกิดจากผลกระทบของการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นผลจากบริษัทจัดทำงบการเงินเป็นสกุลเงินดอลลาร์ และออกหุ้นกู้มูลค่า 5,000 ล้านบาท เป็นเงินสกุลบาท เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนย่อมส่งผลกระทบกับการขาดทุนหรือกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทด้วย ทั้งนี้บริษัทไม่จัดทำประกันความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากมองว่าจะสร้างต้นทุนกับบริษัทมากขึ้น และมองว่ามีผลกระทบกับระบบบัญชีเท่านั้น แต่ไม่กระทบกับผลการดำเนินงาน ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวจะมีอายุประมาณ 3 ปี









