กำไรสูงกว่าคาดเล็กน้อยจากเงินลงทุน
กำไรไตรมาส 1/60 มากว่าคาด 10%
SAWAD รายงานกำไรไตรมาส 1/60 ที่ 690 ล้านบาท, สูงขึ้น 64% YoY และ 14% QoQ ผลประกอบการสูงกว่าที่เรา 10% และ Bloomberg คาด 12% เนื่องจาก SAWAD มีกำไรพิเศษ 102 ล้านบาทจากเงินลงทุนใน บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร (BFIT) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 9.8% ราคาที่ได้มาต่ำกว่าราคาที่ SAWAD ทำเทนเดอร์ BFIT ที่ราคา 11.4 บาท/หุ้น หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 808 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้น 43% YoY และ 3% QoQ กำไรไตรมาส 1/60 คิดเป็น 27% ของประมาณการปี 2560ของเราที่ 2.6 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สินเชื่อ (รวม BFIT) เติบโตก้าวกระโดดที่ 74%YoY และ 24% QoQ – ซึ่งมากกว่าที่เราคาดการณ์ว่าจะโตเพียง 40% YoY จำแนกตามหมวดหมู่ได้ดังนี้ สินเชื่อรถยนต์เติบโต 40% QoQ, และสินเชื่อเติบโต(รวมพอร์ตสินเชื่อ BFIT) 9% QoQ สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน (Interbank) เติบโตก้าวกระโดด 100% QoQ มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 1/60 ปรับลงถึง 343bps YoY และ 365 bps QoQ เป็น 19.19% เนื่องจากการรวมธุรกิจสินเชื่อกับ BFIT ในไตรมาสนี้
การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯของ SAWAD อยู่ที่ 41 ล้านบาทในไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 66% QoQ ขณะที่สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลดลงเป็น 4.3% ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. 2560 จาก 4.5% ณ สิ้นปี 2559 เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นและการรวมพอร์ตสินเชื่อกับ BFIT นอกจากนี้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพิ่มขึ้นเป็น 101% ณสิ้นเดือน มี.ค. 2560 จากเดิมอยู่ที่ 49.3% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากการรวมธุรกิจสินเชื่อกับ BFIT ในไตรมาส ทั้งนี้รายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 33% YoY และ 8% QoQ มาอยู่ที่ 390 ล้านบาทตามลำดับ
แนวโน้ม
เราคาด SAWAD จะประกาศการเติบโตของกำไรไตรมาส 2/60 ที่แข็งแกร่ง YoY (แต่ลดลง QoQ เนื่องไม่มีจากการบันทึกกำไรพิเศษในไตรมาส 1/60 หนุนโดยสินเชื่อเช่าซื้อและธุรกิจปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล เรามองเห็นอัพไซด์ต่อเป้าหมายสินเชื่อเติบโตที่มากกว่าที่เราคาดการณ์ และตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ลดลงกว่าประมาณการเราและตลาดในปีนี้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2560 ที่ 2.6 พันล้านบาท, สูงขึ้น 27% YoY
คำแนะนำ
ปัจจุบัน PER สิ้นปี 2560 ของ SAWAD อยู่ที่ 17 เท่าค่อนข้างถูก โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SAWAD เนื่องจาก 1)สินเชื่อเติบโตแข็งแกร่งจากอุปสงค์สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในตลาดรากหญ้าที่ธนาคารเข้าไม่ถึง , 2) กำไรจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากช่วงครึ่งหลังของปี 2560 เป็นต้นไป 3) สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมที่ลดลงจากเดิมอยู่ที่ 4.3% และการตั้งสำรองฯเพิ่มมากหลังจากรวมธุรกิจกับ BFIT คิดเป็น 101% ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกดรายได้ และ และ 4)มีโอกาสเติบโตอีกหลายปีโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนเนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดต่ำเหลือเพียง 0.7x (หลังการควบรวมกับ BFIT) เทียบกับค่าเฉลี่ยของสถาบันการเงินปัจจุบันที่ 10 เท่า









